ตร.ขยายผลรวบ “จ่าบอย-จ่าแหบ” เครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ปมหนุ่มจีนซุกระเบิด C4 กลางห้วยใหญ่
ชลบุรี – เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งขยายผลทลายเครือข่ายค้าอาวุธสงครามครั้งใหญ่ หลังมีการจับกุมชาวจีนพร้อมของกลางระเบิด C4 ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ ล่าสุดสามารถควบคุมตัว “จ่าบอย” และ “จ่าแหบ” สองตัวการสำคัญที่ทำหน้าที่จัดหาและประสานงานอาวุธ พบพฤติการณ์ทำงานเป็นขบวนการ มีทหารทั้งในและนอกราชการเกี่ยวข้องหลายราย
เปิดไทม์ไลน์เส้นทางอาวุธมรณะ
จากการสืบสวนเชิงลึก เจ้าหน้าที่ได้ไล่เรียงลำดับการติดต่อซื้อขายอาวุธ พบว่ามีการประสานงานกันเป็นทอดๆ ดังนี้:
จุดเริ่มต้น: นายคเชนทร์ หรือ “บอย ครูฝึกยิงปืน” ได้รับการติดต่อจากกลุ่มชาวจีนให้จัดหาอาวุธ
ตัวกลาง: นายคเชนทร์ติดต่อไปยัง พ.จ.อ.เมธี สังกัดกองทัพเรือ เพื่อให้ช่วยหาแหล่งอาวุธ
การประสานงาน: พ.จ.อ.เมธี ประสานต่อไปยัง พ.จ.อ.ปฐมพล หรือ “จ่าแหบ” อดีตทหารเรือในพื้นที่สัตหีบ เพื่อหาแหล่งปืนและวัตถุระเบิด
ผู้จัดหา (Supplier): จ่าแหบทำการติดต่อ “จ่าบอย” ซึ่งเป็นบุคคลหลักในการนำอาวุธออกมาจากแหล่งจัดเก็บเพื่อส่งมอบให้กลุ่มลูกค้าชาวจีน
เส้นทางการเงิน: นายจำลอง (ผู้ต้องหาอีกราย) ถูกระบุว่าทำหน้าที่เพียงเจ้าของบัญชีม้า เพื่อใช้รับโอนเงินจากการซื้อขายอาวุธในครั้งนี้
รวบตัว “จ่าบอย-จ่าแหบ” เร่งสอบที่มาระเบิด C4
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัว จ่าบอย ผู้จัดหาอาวุธ และ จ่าแหบ มาทำการสอบสวนเครียด เพื่อขยายผลไปถึงต้นตอของอาวุธสงคราม โดยเฉพาะ วัตถุระเบิด C4 ที่ถูกพบซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ห้วยใหญ่ ซึ่งถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวดในคลังแสงทหาร
“เป้าหมายหลักในขณะนี้คือการตรวจสอบว่าอาวุธและระเบิดเหล่านี้ถูกนำออกมาจากหน่วยงานใด และมีใครในกองทัพเกี่ยวข้องกับการ ‘ผ่องถ่าย’ อาวุธหลวงออกมาขายในตลาดมืดหรือไม่” — แหล่งข่าวชุดสืบสวนระบุ
ย้อนรอย “จ่าแหบ” อดีตผู้ต้องหาคดีปล้นรถขนเงิน 5 ล้าน
จากการตรวจสอบประวัติของ พ.จ.อ.ปฐมพล หรือ “จ่าแหบ” พบว่าไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการอาชญากรรม โดยในปี 2554 เขาเคยตกเป็นข่าวโด่งดังในคดีใช้อาวุธปืนปล้นรถขนเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ ภายในปั๊มน้ำมันย่านพัทยาใต้ กวาดเงินสดไปกว่า 5 ล้านบาท และถูกรวบตัวได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาจ่าแหบได้สู้คดีจนศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ทำให้พ้นสภาพการเป็นผู้ต้องหาในคดีนั้น ก่อนจะมาถูกจับกุมอีกครั้งในคดีค้าอาวุธครั้งนี้
ยกระดับการสอบสวน เส้นทางการเงินเชื่อมโยงขบวนการ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากพบพฤติการณ์ชัดเจนว่าทำกันเป็นขบวนการใหญ่ และมีการดึงตัวบุคคลที่มีความรู้ด้านอาวุธ (อดีตทหารและทหารปัจจุบัน) เข้ามาร่วมขบวนการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวต่างชาติ
ประเด็นที่ต้องจับตาหลังจากนี้:
ที่มาของ C4: จะเชื่อมโยงไปถึงคลังแสงทหารในพื้นที่ภาคตะวันออกหรือไม่?
ตัวละครลับ: ยังมี “นายทหาร” ระดับที่สูงกว่านี้คอยหนุนหลังอยู่เบื้องหลังหรือไม่?
เครือข่ายจีนเทา: อาวุธเหล่านี้ถูกเตรียมไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใดในประเทศไทย?
เจ้าหน้าที่ตำรวจทิ้งท้ายว่า คดีนี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างมาก และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้น ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นข้าราชการหน่วยงานใดก็ตาม


ข้อมูล/ภาพ: สยาม ชลนิวส์



