ส่งท้าย “สงกรานต์พระประแดง” สุดอั้น! จราจรกลายเป็นอัมพาต ลามหนักกระทบโครงข่ายถนนกรุงเทพฯ ชั้นใน
สมุทรปราการ – บรรยากาศโค้งสุดท้าย “สงกรานต์พระประแดง” ปิดฉากอย่างโกลาหล นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำแน่นขนัด ส่งผลกระทบ “โดมิโนเอฟเฟกต์” จราจรกลายเป็นอัมพาตยาวเหยียด กระทบหนักต่อเนื่องถึงพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร คาดคลี่คลายหลังตี 2
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเย็นต่อเนื่องถึงค่ำ ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้ายของงานเทศกาลสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาเล่นน้ำและร่วมกิจกรรมในพื้นที่ จนทำให้สภาพการจราจรบนถนนสายหลักและซอยย่อยในเขตพระประแดงเกิดสภาวะหยุดชะงักและติดขัดอย่างหนัก
“โดมิโนเอฟเฟกต์” จราจรเป็นอัมพาต ลามเข้ากรุงเทพฯ
ผลกระทบจากปริมาณรถที่หนาแน่นในพื้นที่จัดงานได้กลายเป็น “โดมิโนเอฟเฟกต์” ส่งผลกระทบต่อเนื่องลามเข้าไปถึงพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพมหานคร โดยเส้นทางหลักที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่:
ถนนสุขสวัสดิ์: ปริมาณรถสะสมหนาแน่นจนท้ายแถวติดยาวเหยียดต่อเนื่องไปถึงบริเวณแยกบางปะกอก และต่อเนื่องถึงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งติดขัดยาวถึงแยกตากสิน ประกอบกับมีงานก่อสร้างแนวรถไฟฟ้าในพื้นที่ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เคลื่อนตัวได้ยาก
ถนนพระราม 2 ขาเข้า: กลายเป็นอัมพาตเนื่องจากรถไม่สามารถเลี้ยวขวาเข้าถนนสุขสวัสดิ์บริเวณแยกบางปะแก้วได้ และรถที่ต้องการเลี้ยวซ้ายไปจอมทองก็ติดขัดจากการที่มีรถเล่นสงกรานต์สะสมบริเวณจุดกลับรถแยกจอมทองเพื่อเข้าถนนสุขสวัสดิ์
ถนนปู่เจ้าสมิงพราย: การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้าจนเกือบหยุดนิ่งตลอดสาย ตั้งแต่ช่วงต้นถนนจนถึงจุดตัดถนนสุขุมวิทบริเวณแยกปู่เจ้าสมิงพราย
ถนนทางรถไฟสายเก่าฯ: หางแถวสะสมยาวเริ่มตั้งแต่ท้ายซอยสุขุมวิท 76 ต่อเนื่องผ่านแยกตัดถนนปู่เจ้าฯ และยาวไปจนถึงแยกตัดซอยเทศบาลสำโรงใต้ 25
ถนนรัชดา-ท่าพระ: ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการที่รถไม่สามารถเลี้ยวเข้าถนนสุขสวัสดิ์ได้ ทำให้มีปริมาณรถสะสมหนาแน่นบริเวณหน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ท่าพระ
เจาะลึกปัจจัย “ภาวะคอขวด”
จากการสังเกตการณ์ในพื้นที่ พบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้การจราจรกลายเป็นอัมพาตเกิดจากการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากตามจุดเล่นน้ำต่าง ๆ รวมถึงการจอดรถริมทางและการตั้งจุดเล่นน้ำบนพื้นผิวการจราจร ส่งผลให้ช่องทางเดินรถถูกบีบให้แคบลง เมื่อประกอบกับปริมาณรถมหาศาลจากหลายทิศทางที่มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่พร้อมกัน จึงเกิดสภาวะ “คอขวด” ในหลายจุดสำคัญ ทำให้รถไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ
เจ้าหน้าที่เร่งระบายรถ คาดคลี่คลายหลังตี 2
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้กระจายกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง โดยเน้นการเร่งระบายรถตามทางแยกและจุดตัดสำคัญต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ ทยอยคลี่คลายลงตามลำดับ ภายหลังจากที่ประชาชนเริ่มเดินทางกลับและปริมาณรถลดน้อยลงในช่วงหลังเวลา 02.00 น. ของวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา




