รวบหนุ่มซื้อขายบุหรี่หนีภาษีผ่านไปรษณีย์ ไม่เนียน ไหวตัวทันมีพรายกระซิบแต่ไม่รอด เจอเจ้าหน้าที่แกะรอยจากเบอร์โทร – ชื่อปลอม จนมุมห้องพักย่านรามอินทรา ผงะเจอทั้งปืน-เงินสด-คลังบุหรี่หนีภาษี
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ปคบ. นำโดย พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันวางแผนสืบสวนขยายผลจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาขบวนการค้าบุหรี่เถื่อนข้ามชาติรายใหญ่ ยึดของกลางรวมมูลค่ากว่า 1.4 แสนบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับสายรายงานจากแหล่งข่าวว่า มีการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายผ่านระบบไปรษณีย์ไทย โดยระบุปลายทางไปยังย่านรามอินทรา เจ้าหน้าที่จึงรุดเข้าตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่ง พบกล่องพัสดุต้องสงสัยจำนวน 2 กล่อง เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษียี่ห้อ VESS และ TEXAS 5 รวมกว่า 804 ซอง จึงทำการอายัดไว้เพื่อขยายผลหาตัวผู้รับ
จากการตรวจสอบจ่าหน้ากล่องพัสดุ พบว่าผู้ส่งและผู้รับมีการใช้ “ชื่อปลอม” และ “หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่น” เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ในช่วงที่พัสดุถึงปลายทาง นายก่อพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหา กลับไม่เดินทางมารับของตามปกติ เนื่องจากได้รับสัญญาณเตือนจากกลุ่มพรรคพวกว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบที่ไปรษณีย์ ทำให้เจ้าตัวกบดานเงียบหวังรอดพ้นคดี แม้ผู้ต้องหาจะพยายามอำพรางตัวตน แต่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปคบ. ได้ใช้เทคนิคการสืบสวนขั้นสูงแกะรอยจนทราบว่า นายก่อพงศ์ พักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมชื่อดังย่านรามอินทรา จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบตัวปรากฏตัวบริเวณชั้น 1 ของอาคาร จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น
จากการตรวจสอบในโทรศัพท์มือถือ พบหลักฐานมัดตัวแน่น ทั้งประวัติการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ข้อมูลการซื้อขายบุหรี่เถื่อน และที่น่าตกใจคือพบข้อมูลการรับจำนำอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย เมื่อนำตัวไปตรวจค้นต่อที่ห้องพัก พบของกลางเพิ่มเติมประกอบด้วย
– บุหรี่หนีภาษี ยี่ห้อ VESS และ John ซุกซ่อนในห้องพัก
– อาวุธปืน ปืนสั้นยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน 3 ซอง ซ่อนในตู้เสื้อผ้า
– เงินสด จำนวน 105,000 บาท บรรจุอยู่ในกระเป๋าสะพาย
ในชั้นสอบสวน นายก่อพงศ์ ยอมรับสารภาพว่า บุหรี่ทั้งหมดตนสั่งซื้อมาเพื่อตระเวนขายต่อให้กับลูกค้าตามออเดอร์ ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นของผู้อื่นที่นำมาจำนำไว้กับตน ซึ่งตนทราบดีว่าผิดกฎหมายแต่ก็ยังทำ ส่วนสาเหตุที่ไม่ไปรับพัสดุที่ไปรษณีย์ในวันเกิดเหตุ เพราะมีคนส่งข่าวบอกว่าตำรวจลงพื้นที่แล้ว จึงคิดว่าจะหลบไปตั้งหลักก่อนแต่ก็มาถูกจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ขายและมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี (พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560) และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย และเตรียมขยายผลถึงต้นตอของขบวนการบุหรี่เถื่อนกลุ่มนี้ต่อไป









