ตำรวจทางหลวงจับขบวนการลักลอบ ขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย มุ่งหน้ากรุงเทพฯ พบผู้ต้องหา 9 ราย
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1.นาย คิน หม่อง ลิน อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 1 ล่าม
2.นาย ซี เอส เซ อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ถูกจับที่ 2 ล่าม
3.นาย ที โซ อายุ 36 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3 ล่าม
4.นาย ซอ บี มู อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 4
5.นาย เอ โท อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6.นาย ดีเทะ อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7.นางสาว มู เลอ พอ อายุ 25 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7 ล่าม
8.นางสาว นอ ยู แล อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
9.นางสาว นอมาชอสุ อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 9
ในความผิดฐาน ผู้ถูกจับที่ 1 “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”ผู้ถูกจับที่ 2 – 9 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.รถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ HONDA สีดำ ป้ายทะเบียน จ. กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2.โทรศัพท์ยี่ห้อ Galaxy A55 5G สีม่วง จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
3.โทรศัพท์ยี่ห้อ IPHONE 15 Pro Max สีเทา จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
4.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
สถานที่จับกุม บริเวณ กม.2 ถนนสายเอเซีย(ขาเข้า)ทล.32 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่า จะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร จึงได้วางกำลังเฝ้าระวังตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้ในการลำเลียง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ลักษณะผิดสังเกต ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่าปกติและติดฟิล์มมืดทึบ ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง จึงส่งสัญญาณไฟและเสียงเพื่อให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบภายหลังการแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่และชี้แจงเหตุผลในการตรวจค้นอย่างชัดเจน ผู้ขับขี่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทราบชื่อภายหลังคือ นายคิน หม่อง ลิน อายุ 40 ปี สัญชาติเมียนมา สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จากการตรวจสอบภายในรถ พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาจำนวน 8 คน นั่งโดยสารมาในรถคันดังกล่าว เมื่อขอตรวจเอกสารประจำตัว ไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนแต่อย่างใดการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ขับขี่ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Messenger จากบุคคลชาวเมียนมาชื่อ “กาวิน” ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวจำนวน 8 คน ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อนำไปส่งยังกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้รับค่าจ้าง 1,000 บาทต่อคน และยอมรับว่าทราบดีว่าแรงงานทั้งหมดไม่มีเอกสารถูกต้อง อีกทั้งเคยกระทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง
ด้านแรงงานต่างด้าวทั้ง 8 คน ให้การผ่านล่ามว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าประมาณ 17,000 บาทต่อคน เพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับขี่ในความผิดฐานให้การช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือพาคนต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้ง 8 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรพระอินทร์ราชา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้นให้การ ชั้นจับกุม จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ขับขี่ยอมรับว่า รับงานผ่าน Messenger ให้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว 8 คน จากสิงห์บุรีเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท ทั้งที่รู้ว่าไม่มีเอกสารถูกต้อง และเคยทำมาแล้วหลายครั้งด้านแรงงานทั้งหมดรับสารภาพว่า ลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เสียค่านายหน้าคนละประมาณ 17,000 บาท เพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย






