เลขาธิการ TSPCA ขอบคุณภาครัฐ เอาจริงแก้ค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
วันที่ 16 เมษายน 2569 จากกรณีการจับกุมการลอบค้าสัตว์ป่า ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 13-15 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ได้จับกุมชายสัญชาติอินเดีย ซึ่งพยายามลักลอบนำสัตว์ป่าออกนอกราชอาณาจักรไทย โดยมีปลายทางไปยังประเทศอินเดีย การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เข้มงวด ในการตรวจค้นการลักลอบการค้าสัตว์ป่าทุกเส้นทาง โดยเฉพาะการซุกซ่อนนำออกนอกประเทศทางท่าอากาศยาน ที่จะติดตัวมากับผู้โดยสารฯ นั้น
ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย(TSPCA) และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ในนามเลขาธิการ TSPCA ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาก็เป็นที่ทราบกันดีประเทศไทย มีโดนกล่าวหาว่ามีบทบาทสำคัญ เป็นจุดศูนย์กลางในการค้าสัตว์ป่า ทั้งในฐานะแหล่งลักลอบค้าสัตว์ป่า ตลาดการค้าสัตว์ป่า และจุด transit ไปสู่ตลาดหลักอื่น ๆ ประเทศไทยจึงควรที่จะต้องร่วมแสดงให้เห็นอย่างจริงจังต่อการแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านบทบาททางการค้าของไทย เพราะถูกมองจากต่างชาติว่าเป็นแหล่งค้าสัตว์ป่ามาหลายสิบปี
น่ายินดีขณะนี้ นโยบายของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหาดังกล่าว ส่วนตัวรู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง ต้องขอบคุณรัฐบาลชุดปัจจุบัน และหน่วยงานภาครัฐ ที่จริงจังในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย โดยที่ผ่านมาได้จับกุมได้หลายราย เช่น วันที่ 13 เมษายน 2569 จับกุมชายสัญชาติอินเดีย ในคดีอาญาที่ 162/2569 ตามบัญชียึดทรัพย์สัตว์ป่าของกลางเลขที่ 75/2569 จากสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สัตว์ป่าของกลางประกอบด้วย ชะนี จำนวน 1 ตัว ซากชะนี จำนวน 1 ซาก กิ้งก่าคาเมเลี่ยน จำนวน 20 ตัว และเต่าญี่ปุ่นมีชีวิต 18 ตัว มูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท
ซึ่งหลังจากการจับกุมผู้กระทำความผิด สัตว์ป่าของกลางเหล่านั้น อาจส่งต่อไปยังกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อการดูแลและจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมในระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากข้อมูลพบว่า ผลการตรวจสุขภาพสัตว์ป่าของกลางเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ สัตว์ทั้งหมดมีอาการอ่อนแรง ขาดน้ำ และขาดอาหาร อันเนื่องมาจากการถูกลักลอบขนย้ายในสภาพที่ไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการให้การฟื้นฟูสุขภาพอย่างเร่งด่วน ตามหลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์ป่า เช่น จัดอาหารและน้ำ เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายพร้อมทั้งเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ TSPCA ขอความร่วมมือจากประชาชน ในการงดเว้นการซื้อขาย นำเข้า ส่งออก หรือการครอบครอง สัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เพราะผลกระทบจากปัญหาการค้าสัตว์ป่าที่สำคัญคือ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศวิทยาในทางที่ไม่อาจกลับคืนมาได้ และเป็นการกระทำผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 สนธิสัญญาระหว่างประเทศ CITES พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง.
อีกทั้งลูกของสัตว์ป่าที่ลักลอบค้าบางตัว ที่ซื้อขายกันก็ติดเชื้อไวรัส ไม่แข็งแรงเพียงพอ ในการเลี้ยงต่อให้มี สุขภาพที่ดี มีอายุยืนยาวได้ เป็นการเสียเงิน ซื้อ เสียค่ารักษาพยาบาลอีกเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญสัตว์ป่าบางชนิดก็อาจนำโรคระบาด ซึ่งหลายโรคก็มีจุดกำเนิดจากสัตว์ป่า ติดต่อจากสัตว์สู่มนุษย์ได้ เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ควรยุติการค้า นำเข้า ส่งออก ครอบครองสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายต่อไป
และถ้าพบเห็นการค้าสัตว์ป่า สามารถแจ้ง สายด่วน 1362
เลขาธิการ TSPCA ขอบคุณภาครัฐ เอาจริงแก้ค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย



