รวบ 3 หนุ่มมาเลเซีย ลักลอบขนยาไอซ์ 97 กิโลกรัม ขึ้นขบวนรถไฟ”
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., สสั่งการให้ เจ้าพนักงานตำรวจ ศปรฟ.บช.ก. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย 3 คน ได้แก่
1. MR.LING KAH SING
2. MR.CHRALES JEFFERSON JEFFERY
3. MR.HANIF AAMIR BIN ABDULLAH BRAHIM
พร้อมด้วยของกลาง
1. กระเป๋าเดินทางใบที่ 1 บรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุห่อพลาสติกสีแดง จำนวน 34 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 34 กิโลกรัม
2. กระเป๋าเดินทางใบที่ 2 บรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุห่อพลาสติกสีแดง จำนวน 30 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม
3. กระเป๋าเดินทางใบที่ 3 บรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุห่อพลาสติกสีแดง จำนวน 33 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 33 กิโลกรัม
4. โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง
ในข้อหา
“ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ยาเสพติดในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”
พฤติการณ์
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและประชาชนซึ่งเดินทางโดยขบวนรถไฟ จึงได้มีการประสานงานและการปฏิบัติงานร่วมกัน โดย บช.ก.ได้มีคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปรฟ.บช.ก.)” โดยมีภารกิจในการดูแลรักษาความปลอดภัย ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นบนขบวนรถไฟให้กับประชาชน โดยปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถไฟตามที่ รฟท.พิจารณาเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม
โดยเมื่อวันที่ 8 เม.ย.69 ขบวนรถเร็วที่ 134 ซึ่งออกเดินทางจากสถานีหนองคายเวลา 20.15 น. มุ่งหน้าสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ขณะที่ขบวนรถไฟแล่นเข้าเขต จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปรฟ.บช.ก. และเจ้าหน้าที่ รฟท. ได้ร่วมกันออกเดินตรวจป้องกันอาชญากรรมและให้บริการผู้โดยสารบนขบวนรถไฟ โดยในขณะที่ออกตรวจมาถึงคันที่ 8 ของขบวนรถไฟ ได้สังเกตุเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 3 ใบ มีการล็อครหัสไว้ วางอยู่บนชั้นสำหรับวางสัมภาระ มีลักษณะขนาดใหญ่ผิดสังเกต ประกอบกับมีเบาะแสว่าอาจมีผู้ลักลอบใช้ขบวนรถไฟ เพื่อประโยชน์ในการลำเลียงสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้สอบถามผู้โดยสารบริเวณใกล้เคียงว่าเป็นกระเป๋าของผู้ใด แต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ จึงได้สอบถามพนักงานห้ามล้อ (พหล.) ประจำขบวนรถ แจ้งว่าเห็นชาย 3 คน นำกระเป๋าดังกล่าวขึ้นมาบนขบวนรถที่สถานีรถไฟหนองคาย จึงได้ประสานไปยังนายสถานีรถไฟหนองคาย เพื่อขอให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจหาบุคคลที่ขนกระเป๋าเดินทางดังกล่าว จนพบภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏว่ามีชาย 3 คน เป็นผู้นำกระเป๋าเดินทางดังกล่าวขึ้นขบวนรถไฟ เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบบุคคลบนขบวนรถ อย่างละเอียดอีกครั้ง จนพบชายตามภาพจากกล้องวงจรปิดทั้ง 3 คน นั่งอยู่ในคันที่ 8 ของขบวนรถ จึงได้ทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นชาวมาเลเซีย เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดให้บุคคลทั้ง 3 ดู จึงยอมรับว่าเป็นผู้นำกระเป๋าเดินทางขึ้นขบวนรถ โดย มีผู้นำมาฝากให้ตนนำกระเป๋าเดินทางขึ้นขบวนรถไฟเข้ากรุงเทพ แต่ไม่รู้รหัสในการเปิดกระเป๋า เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาจากพฤติการณ์น่าเชื่อว่าอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายบรรจุซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง จึงได้ประสานนัดหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. (ขอนแก่น) ให้มาร่วมกันตรวจสอบ ชายชาวมาเลเซียทั้ง 3 คน ที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงพล อ.พล จ.ขอนแก่น
ผลการตรวจสอบ พบยาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) บรรจุห่อพลาสติกสีแดง จำนวนรวม 97 ถุง น้ำหนัก ถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 97 กิโลกรัม บรรจุอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางทั้งสามใบ จึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามคนพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จำนวน 3 หน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีความชำนาญเฉพาะทางแต่ละด้าน ประกอบด้วย ศปรฟ.บช.ก.ที่มีความสามารถในการตรวจสอบสิ่งผิดสังเกตและจับกุมอาญากรรมที่เกิดขึ้นบนขบวนรถไฟ, บก.ป.ที่มีความชำนาญในการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ และ บก.ทล.ที่มีรถวิทยุสายตรวจประจำหน่วยบริการจำนวน 205 จุดทั่วประเทศ ทำหน้าที่เป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว ในการเข้าระงับเหตุอาชญากรรมและอุบัติเหตุบนท้องถนน ตลอดจนช่วยเหลือและให้บริการประชาชนบริเวณพื้นที่เขตตรวจคลอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งในกรณีนี้ บช.ก. นำโดย บก.ป.จะได้เร่งรัดทำการสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายอาชญากรรมยาเสพติดข้ามชาติดังกล่าวนี้ต่อไป
อนึ่ง บช.ก. และ รฟท. ขอเรียนประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผู้เดินทางโดยขบวนรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ ว่าสามารถอุ่นใจได้ทุกครั้งในการเดินทาง โดยหากพบสิ่งผิดสังเกตหรือทราบเบาะแสการกระทำความผิดบนขบวนรถไฟ สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปรฟ.บช.ก. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บนขบวนรถไฟ หรือแจ้งข้อมูลเบาะแสมาที่ บช.ก. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง














