วันอาทิตย์, พฤษภาคม 10, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมDSI" สรุปสำนวน 39 แฟ้ม เอกสาร 12,816 แผ่น ส่งฟ้องอัยการ “แทนไท และพวกรวม 11 ราย”...

DSI” สรุปสำนวน 39 แฟ้ม เอกสาร 12,816 แผ่น ส่งฟ้องอัยการ “แทนไท และพวกรวม 11 ราย” คดีฟอกเงินพัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์ ความเสียหาย 4.5 พันล้าน พบใช้บัญชีม้ารับเงิน หมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท จับแล้ว 4 ราย ขณะที่ ”แทนไท และพวกอีก 7 ราย“ ยังไม่ประสานมอบตัว หลบหนีหมายจับศาลอาญากบดานต่างประเทศ เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวกลับดำเนินคดี พร้อมขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

“DSI” สรุปสำนวน 39 แฟ้ม เอกสาร 12,816 แผ่น ส่งฟ้องอัยการ “แทนไท และพวกรวม 11 ราย” คดีฟอกเงินพัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์ ความเสียหาย 4.5 พันล้าน พบใช้บัญชีม้ารับเงิน หมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท จับแล้ว 4 ราย ขณะที่ ”แทนไท และพวกอีก 7 ราย“ ยังไม่ประสานมอบตัว หลบหนีหมายจับศาลอาญากบดานต่างประเทศ เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวกลับดำเนินคดี พร้อมขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ

จากกรณีศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ นายแทนไทณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวก ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีพิเศษที่ 64/2567 ความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน จากการพัวพันเว็บไซต์หนังเถื่อน ”movie2free“ และพนันออนไลน์ โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายในอายุความ 15 ปี จากนั้นในวันที่ 26 ม.ค.69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในกรุงเทพมหานคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 รายจากทั้งหมด 7 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาสำคัญ คือ นายแทนไท ณรงค์กูล และแอดมิน รวมถึงยังได้มีการตรวจยึดรายการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ อาทิ กระเป๋าถือของสตรี ยี่ห้อ Goyard , ยี่ห้อ Louis Vuitton , หุ่นยนต์ Ironman , ตุ๊กตาอาร์ททอย เป็นต้น ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

ความคืบหน้าวันที่ 10 เม.ย. มีรายงานความเคลื่อนไหวสำคัญ ระบุว่า วานนี้ (9 เม.ย.69) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สรุปสำนวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยสำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย และยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย (หนึ่งในนั้น คือ นายแทนไท ณรงค์กูล)

 

 

 

อนึ่ง คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งได้ดำเนินคดีในความผิดมูลฐานและขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด พบว่ามีการรับโอนเงินจากการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการจัดให้ประชาชนรับชมหรือรับฟังสื่อประเภทภาพยนตร์และรายการต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือผลประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท

 

 

นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังตรวจพบว่า เครือข่ายดังกล่าวดำเนินเว็บไซต์ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลจากต่างประเทศ รวมถึงมีการแฝงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาบนหลายเว็บไซต์ แม้ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีการเชื่อมโยง (Link) ไปยังบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจารได้ และมีการแฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ และการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ (URL Redirect) เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์ อีกทั้งยังมีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจากการขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการใช้บัญชีธนาคารเพื่อโอนและรับโอนเงิน รวมถึงการแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา และอำพรางเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล

 

 

 

ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี และขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างเข้มข้น เพื่อติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังต่างประเทศ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.

Ad 1
Ad 2