“แผ่นดินศรีวิไล ใต้ร่มพระบารมี” จิตอาสาผนึกกำลังส่งต่อเมล็ดพันธุ์พระราชทาน สู่ครัวเรือนบ้านมั่นคงหลักหก สร้างรากฐานพึ่งพาตนเองยั่งยืน
ปทุมธานี – กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมเดินหน้าโครงการ “แผ่นดินศรีวิไล ใต้ร่มพระบารมี” ลงพื้นที่จังหวัดปทุมธานี มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานแก่กลุ่มเปราะบาง เผยดำเนินการแล้วกว่า 27 จังหวัดทั่วประเทศ มุ่งเน้นน้อมนำศาสตร์พระราชาสร้างความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พสกนิกร
สืบสานพระราชปณิธาน: จากเมล็ดพันธุ์พระราชทานสู่ความอิ่มท้อง
เมื่อวันที่ผ่านมา ณ หมู่ที่ 7 ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคม นำโดย นางธนวรรณ เกตุวงษ์ พร้อมด้วยคณะจิตอาสา ได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ภายใต้โครงการ “แผ่นดินศรีวิไล ใต้ร่มพระบารมี” โดยนำเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานที่ผ่านการขยายพันธุ์อย่างดี มามอบให้แก่พี่น้องประชาชนในโครงการบ้านมั่นคง เพื่อให้แต่ละครัวเรือนนำไปเพาะปลูกไว้บริโภคเอง
กิจกรรมในครั้งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความห่วงใยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยทรงปรารถนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน การปลูกผักสวนครัวในพื้นที่บ้านพักอาศัยไม่เพียงแต่เป็นการลดภาระค่าครองชีพ แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือนอย่างแท้จริง
ดูแลกลุ่มเปราะบาง: ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นอกจากการส่งเสริมด้านเกษตรกรรมในครัวเรือนแล้ว นางธนวรรณ เกตุวงษ์ และกลุ่มจิตอาสาฯ ยังได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (ถุงยังชีพ) ให้แก่บุคคล 4 กลุ่มหลักในชุมชน ได้แก่:
* ผู้สูงอายุ
* ผู้ป่วยติดเตียง
* ผู้พิการ
* ผู้มีรายได้น้อย
การมอบความช่วยเหลือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนในกลุ่มเปราะบางจะมีกินมีใช้ ไม่ต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างยากลำบากหรือขาดแคลนจนเกินไป
ขยายผลทั่วไทย: 27 จังหวัดสู่รากฐานวิถีชีวิตใหม่
นางธนวรรณ เกตุวงษ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้ง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบต.), ฝ่ายปกครอง, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน โดยได้ดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมเช่นนี้ไปแล้วรวมทั้งสิ้น 27 จังหวัด
“เรามุ่งหวังที่จะวางรากฐานให้ชุมชนเข้มแข็งโดยใช้แนวทางศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเข็มทิศ การทำให้ประชาชน ‘มีกินและอิ่มท้อง’ คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด เมื่อท้องอิ่มและมีรายได้พอเลี้ยงชีพ ก็จะเป็นหลักประกันความมั่นคงไปตลอดชีวิต” นางธนวรรณ กล่าว
โครงการนี้ถือเป็นโมเดลต้นแบบของการวางรากฐานวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่เน้นการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพิงจากภายนอก โดยเริ่มจากการสร้างแหล่งอาหารในบ้าน การแบ่งปันในชุมชน และการร่วมแรงร่วมใจของกลุ่มจิตอาสา ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็น “แผ่นดินศรีวิไล” ภายใต้ร่มพระบารมีที่แผ่ไพศาลไปถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ




