ท่านเจ้าคุณพระราชปัญญรังษี เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่อาวาสวัดชิโนรสารามวรวิหาร นำคณะสงฆ์และชาวพุทธตักบาตร-เวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันมาฆบูชา
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณศาลาสัมมัตตะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา แขวงบ้านช่างหล่อ เขต.บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ท่านเจ้าคุณพระราชปัญญรังษีเจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ เจ้าอาวาส ได้นำคณะสงฆ์สามเณรแม่ชีของวัดชิโนรสารามวรวิหารและพุทธศาสนิกชนในเขต เขตบางกอกน้อยและ ชาวพุทธทั่วไปและใกล้เคียงจำนวนมากที่พากันมากราบไหว้ขอพรจากท่านเจ้าคุณพระราชปัญญารังษี ช่วงเช้า ประกอบพิธีตักบาตร และ มาได้นำคณะสงฆ์ออกรับบิณฑบาตจากชาวพุทธที่พากันนำเอาข้าวสารอาหารคาวหวานแกงต่างและขนมน้ำดื่มมาทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชาและสังฆบูชา และฟังเทศกับท่านเจ้าคุณพระราชปัญญารังษี ตอนเย็นมีพิธี เวียนเทียนรอบมณฑปท่ามกลางสภาพอากาศที่ค่อนข้างไม่ร้อนเท่าไหร่ แต่ว่าคณะสงฆ์และชาวพุทธทุกคนที่มาร่วมพิธีต่างมีสีหน้าอิ่มบุญยิ้มแย้มแจ่มใส และพากันอุ้มลูกจูงหลานมาร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยท่านเจ้าคุณพระราชปัญญรังษี ได้นำคณะสงฆ์เดินสวดมนต์และนำคณะพุทธศาสนิกชนเวียนเทียน จำนวน 3 รอบ จากนั้น ได้นำเอาเทียนไปตั้งไว้หน้ามณฑป เนื่องในวันมาฆบูชาปีนี้มีญาติโยมหนุ่มสาวเป็นจำนวนมากมาร่วมเวียนเทียน
ท่านเจ้าคุณพระราชปัญญารังษี เจ้าอาวาสวัดชิโนรสาราม ขอเจริญพรญาติโยม พุทธศาสนิกชนทุกคนทุกท่าน วันนี้เป็นวันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นวันมาฆบูชาฉะนั้นจึงอยากให้พี่น้องญาติโยมได้ร่วมกัน บำเพ็ญกุศล เพราะวันนี้มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าซึ่งตรงกับวันที่พระสงฆ์มารวมกันโดยมิได้นัดหมาย ฉะนั้นจึงขอให้พวกเราได้ยึดเอาหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า ให้ทำดีทางกายทำดีทางวาจา ทำดีทางใจให้ประกอบทั้ง 3 สิ่งนี้ จะทำให้ชีวิตของเรามีความสุขร่มเย็น และความดีที่เราทำในวันนี้ เช่นการรักษาศีล การเจริญภาวนา นั่งสมาธิภาวนาหรือประกอบพิธีเวียนเทียนแล้วก็ทำบุญตักบาตรในวันวิสาขบูชานี้ ล้วนแล้วแต่เป็นบุญ
ท่านเจ้าคุณพระราชปัญญารังษี เจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามเจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งได้น้อมนำหลักธรรมที่เกี่ยวข้องไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง คำว่า “มาฆะ” นั้น เป็นชื่อของเดือน 3 ย่อมาจากคำว่า “มาฆบุรณมี” หมายถึง การบูชาพระในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ความสำคัญของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งหลักคำสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ หากสรุปเป็นใจความสำคัญ จะมีเนื้อหาว่า “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” โดยในวันมาฆบูชาได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ ได้แก่ 1. วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ 2. มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3. พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 และ 4. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” เพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ 4 ประการข้างต้น ทำให้วันมาฆบูชา เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต”
ขออำนวยพรให้ญาติโยมทุกๆท่านทุกๆคนที่ตั้งใจดีแล้วเจตนาดีแล้ว เตรียมตัวดีแล้วก็ขอให้มีความสุขความเจริญมีอายุวรรณะสุขะ พละ ทุกคนทุกท่านเทอญ/////////
ทีมข่าวภาค/สนามรายงาน




