ตร.อุบลฯ ล่า ผตห. ข้ามจังหวัด ยึดยาบ้า 574,000 เม็ด
วันนี้ ( 3 มี.ค.69 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 เวลา ประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวน สอบสวน ภ.3จนท.ตำรวจกองกำกับการสืบสวนจัวหวัดอุบลราชธานี จนท.ชุด ปฏิบัติการหาข่าวสารยาเสพติดเชิงลึก (ชายแดน) จ.อุบลฯ และ จนท.ตำรวจ สภ.เขมราฐ ได้ร่วมกันทำการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 93 แพ็ค ประมาณ 574,000 เม็ด ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ส่วนผู้ต้องหาทราบชื่อคือ นาย A. (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ หลบหนีไปได้
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวน สอบสวน ภ.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชายชาวลาว ว่าจ้างให้สายลับไปรับยาบ้าในพื้นที่ชายแดนทาง จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี เพื่อนำยาเสพติดไปส่งต่อให้กับ เครือข่ายยาเสพติดของชายชาวลาว ที่ จ.กาฬสินธุ์

ต่อมา วันที่ 1 มี.ค.69 ชายชาวลาวคนดังกล่าว ติดต่อสายลับมาอีกเป็นระยะๆ และขอเบอร์โทร.สายลับไป เพื่อจะให้คนติดต่อมาและนำยาบ้ามาให้ ต่อมา ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน 1 มี.ค.69 ได้มีคนโทร.มาหาสายลับ บอกให้ไปรับยาบ้า บริเวณริมป่าท้ายหมู่บ้านโนนนารี ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี พอตกค่ำสายลับไปที่จุดนัดหมาย ก็พบกระสอบสีดำ 3 กระสอบ ตรวจสอบพบว่า เป็นยาเสพติดจริง แต่ไม่พบผู้ใดในบริเวณดังกล่าว จากนั้น ชายคนดังกล่าว ส่งข้อความมาให้สายลับนำยาบ้าไปส่งที่ จ.กาฬสินธุ์
สายลับ ได้นำยาเสพติดไปส่งตามที่ชายคนดังกล่าวบอก โดย จนท.ตำรวจนำไปวางไว้ที่ ป่ายูคาริมถนน ปากทางเข้าหมู่บ้าน สะอาดสมศรี ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ จนกระทั่งเวลา 00.10 น.ของวันที่ 2 มี.ค.69 มีชาย 2 คน ขับขี่รถจยย.เข้ามาบริเวณดังกล่าว พร้อมส่องไฟฉายดูรอบบริเวณ จากนั้น มีรถเก๋ง มิตซูบิชิ ทะเบียนกาฬสินธุ์ ขับขี่ตาม จยย.มา พอถึงบริเวณป่ายูคาดังกล่าวก็ขนเอายาบ้าใส่รถเก๋ง มุ่งหน้าไปที่จอดที่บ้านหลังหนึ่ง(ขอสงวนเลขที่บ้าน) ในพื้นที่ม.2 ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ จนท.ตำรวจที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ได้แสดงตัวเป็นจนท. เพื่อตรวจค้น เมื่อนาย A. ทราบว่าเป็นจนท.ตำรวจ ก็ตกใจ ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปได้
จนท.ชุดตรวจยึด ได้นำของกลางทั้งหมด ส่ง สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และ จะได้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
/////////////////////////////////////// กิตติภณ / ข่าว.



