วันพุธ, มีนาคม 25, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมรวบอดีตพนักงานขับรถผู้บริหารของบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ หลังจากลาออกจากงาน ขโมยเงินจำนวน 3 แสนบาท

รวบอดีตพนักงานขับรถผู้บริหารของบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ หลังจากลาออกจากงาน ขโมยเงินจำนวน 3 แสนบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

รวบอดีตพนักงานขับรถผู้บริหารของบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ หลังจากลาออกจากงาน ขโมยเงินจำนวน 3 แสนบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กก.5 บก.ปร่วมกันจับกุม นายวิศิษฎ์ฯ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 908/2567 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้น โดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าบ้าน ม.8 ซ.พิบูลยศงคราม 22 แยก 20 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่ได้ลักทรัพย์ไป ต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายแล้ว ให้ดำเนินคดีกับ นายวิศิษฎ์ฯ ผู้ต้องหา ในความผิดฐานลักทรัพย์โดยลักทรัพย์ใช้ยานพาหนะฯ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด (มูลค่าจำนวน 300,000 บาท) ผู้เสียหายทำธุรกิจเกี่ยวกับขนส่งโลจิสติกส์ ได้เคยว่าจ้าง นายวิศิษฎ์ฯ ให้เข้ามาเป็นพนักงานขับรถผู้บริหาร ของบริษัท จากนั้นเมื่อปลายปี 2566 ให้ผู้ต้องหาออกจากการเป็นพนักงาน เนื่องจากผู้ต้องหาต้องการที่จะลาออก รายละเอียดที่เกิดขึ้นในคดีนี้เนื่องจาก ผู้เสียหายซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ที่พักพนักงาน ภายในบริษัทที่เกิดเหตุ ประมาณ 50 เมตร ผู้เสียหายได้ออกมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารด้านหน้าของบริษัท เห็นรถยนต์ โตโยต้า แคมรี่ ของผู้ต้องหามาจอดที่บริเวณด้านข้างกำแพงด้านหน้าบริษัทอยู่ห่างจุดที่ผู้เสียหายรับประทานอาหารประมาณ 30 เมตร ผู้ต้องหาได้ลงมาจากรถ ผู้เสียหายเห็นผู้ต้องหาปีนรั้วข้างบริษัท จากนั้นได้เข้าไปภายในบริษัท ผู้เสียหายเห็นพฤติกรรมของผู้ต้องหาโดยตลอด จากนั้นได้เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริษัทที่เกิดเหตุ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้เดินทางเข้ามายังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมจับกุมผู้ต้องหา จากนั้นเวลาผ่านไป 15 นาที ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามายังที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าไปตรวจอาคารซึ่งเป็นสำนักงาน 5 ชั้น ได้พากันค้นหาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าไม่พบตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เดินทางออกจากบริเวณที่เกิดเหตุไป ผู้เสียยังติดใจเนื่องจากรถยนต์ของผู้ต้องหายังจอดอยู่บริเวณด้านหน้าของบริษัท ผู้เสียหายจึงได้กลับมาค้นหาอีก 1 ครั้ง จึงได้พบว่าผู้ต้องหาได้แอบซ่อนอยู่ภายในห้องเก็บของด้านหลังตึก จากนั้นได้ปีนออกหน้าต่างชั้น 1
วิ่งขึ้นรถยนต์ของผู้ต้องหาที่จอดที่บริเวณด้านข้างกำแพงด้านหน้าบริษัท ขับรถหลบหนีไป จากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมายังที่เกิดเหตุ ต่อมาผู้เสียหายจึงได้รับมอบอำนาจจากบริษัทให้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหา และได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทราบว่า ผู้ต้องหาได้เข้ามาภายในอาคาร แล้วเข้ามาภายในบริเวณชั้น M ซึ่งอยู่บริเวณชั้นที่ 1 กับชั้น ที่ 2 ภายในชั้น M ดังกล่าว มีห้องผู้บริหารซึ่งเป็นห้องประธานบริษัท มีเงินจำนวน 300,000 บาท เก็บไว้ในลิ้นชักที่โต๊ะทำงานผู้บริหารถูกลักทรัพย์ไป โดยผู้ต้องหาเข้ามาก่อเหตุโดยมีการขยับมุมกล้องไม่ให้เห็นการกระทำของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาได้ทราบว่าผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจค้นได้มีการแอบหลบซ่อน เพื่อไม่ให้พบตัวโดยปรากฎหลักฐานตามกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ในขณะผู้ต้องหาก่อเหตุ การกระทำของผู้ต้องหาที่ได้บุกรุกเข้ามายังบริษัทที่เกิดเหตุ และได้มีการลักทรัพย์เงินจำนวน 300,000 บาท

ก่อนทำการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนหาข่าวประกอบกับได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับ ว่า นายวิศิษฎ์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 908/2567 ได้เดินลงมาจากรถยนต์หน้าบ้านที่จับกุม
จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้เดินทางไปตรวจสอบตามสถานที่ที่ได้รับแจ้ง เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณสถานที่จับกุมได้พบชาย ชาวไทยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับข้างต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้า
แสดงตัว และได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจนทราบว่าคือ นายวิศิษฎ์ฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น จากนั้นจึงได้แสดงหมายจับให้ดูโดยอ่านให้ฟัง และให้อ่านด้วยตนเองจนเป็นที่พอใจแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งให้ นายวิศิษฎ์ฯ ทราบว่าจะต้อง ถูกจับพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ กองกำกับการ 5 บก.ป. กรุงเทพฯ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Ad 1
Ad 2