พิทักษ์เยาวชน! ผู้ว่าฯ นครพนม สั่งเปิดปฏิบัติการ “ศรีโคตรบูร” รวบนายหน้าค้ามนุษย์ ลวงเด็ก 15-16 ปี ค้าประเวณี
จังหวัดนครพนม – เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้การอำนวยการอย่างเข้มข้นของ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองสนธิกำลังร่วมกับส่วนกลาง เปิดยุทธการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่อย่างถอนรากถอนโคน
จุดเริ่มต้น: การขยายผลจากเหยื่อเยาวชน
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้เข้าช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15 – 16 ปี จำนวน 2 ราย ที่ถูกหลอกลวงและบังคับให้เข้าสู่กระบวนการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในพื้นที่จังหวัดนครพนม
จากการสืบสวนขยายผลอย่างละเอียด พบข้อมูลสำคัญที่ชี้ไปถึง “นายหน้า” ผู้ทำหน้าที่จัดหาลูกค้าให้กับเด็กกลุ่มดังกล่าว โดยพฤติการณ์คือจะหักค่าหัวคิวเป็นค่าตอบแทนจากเด็กครั้งละ 500 บาทต่อคน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดร้ายแรง
การสนธิกำลังและการออกหมายจับ
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จึงได้มอบหมายให้:
* นายนิมิต ปัทมเจริญ ปลัดจังหวัดนครพนม
* นายสมศักดิ์ บุญจันทร นายอำเภอเมืองนครพนม
สั่งการให้พนักงานฝ่ายปกครองจังหวัดและอำเภอเมืองนครพนม ประสานความร่วมมือกับ สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหา “ค้ามนุษย์” โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก (อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี) ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
เปิดปฏิบัติการ “ศรีโคตรบูร” รวบตัวผู้ต้องหา
ต่อมาเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้สั่งเปิดปฏิบัติการภายใต้รหัส “ศรีโคตรบูร” นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้สำเร็จ
ฐานความผิดที่แจ้งข้อกล่าวหาประกอบด้วย:
* ค้ามนุษย์: กระทำโดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก
* การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี: และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น
* การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ: อันเป็นการขูดรีดบุคคล
“เราจะไม่ยอมให้มีการแสวงหาประโยชน์บนหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนครพนมอย่างเด็ดขาด ปฏิบัติการครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเตือนว่าฝ่ายปกครองพร้อมบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับขบวนการค้ามนุษย์” — ฝ่ายปกครองจังหวัดนครพนม ระบุ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึง “ผู้ซื้อบริการ” เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป




