วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมตำรวจสอบสวนกลาง CIB ลงกวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพ กระทบความเชื่อมั่นไทย

ตำรวจสอบสวนกลาง CIB ลงกวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพ กระทบความเชื่อมั่นไทย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตำรวจสอบสวนกลาง CIB ลงกวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพ กระทบความเชื่อมั่นไทย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ.

ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย
1.น.ส.นิ มา ยา (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 19 ปี
2.น.ส.ทู ซา วิน (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 20 ปี
3.นายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี
ในฐานความผิด “ร่วมกันเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.เสื้อที่ปลอมเครื่องหมายการค้า หลุยส์ วีตตอง จำนวน 107 ตัว
2.เสื้อที่เลียนเครื่องหมายการค้า หลุยส์ วีตตอง จำนวน 20 ตัว
3.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า ดิออร์ จำนวน 68 ตัว
4.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า วาเลนติโน จำนวน 20 ตัว
5. เสื้อที่เรียนเครื่องหมายการค้ากุชชี่ จำนวน 22 ตัว
6. แว่นตา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้ารวม 12 รายการ (12 เครื่องหมายการค้า) จำนวนทั้งสิ้น 241 ชิ้น

สถานที่จับกุม ตลาดดังย่านประตูน้ำ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ระดมกวาดล้างเครือข่ายต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน ที่ลักลอบหลอกลวงนักท่องเที่ยวจำหน่ายสินค้าปลอมให้กับนักท่องเที่ยว กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก โดยสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าว ลักลอบการจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของไทย เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนและวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ก่อนเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น
ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติได้ 2 ราย คนไทย 1 ราย พร้อมของกลาง
เป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลายรายการ อาทิ แว่นตา เสื้อ ผ้าคลุมไหล่ และสินค้าแบรนด์เนมประเภทต่าง ๆ ที่นำมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว
โดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกับตัวแทนผู้เสียหายเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน (ทราบชื่อ-สกุลภายหลัง) กำลังจำหน่ายสินค้าให้กับบุคคลทั่วไป เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบ จากการสอบถาม น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถสื่อสารภาษาไทยได้บางส่วน จากนั้นจึงได้ขอตรวจสอบสินค้าภายในร้าน ก่อนทำการตรวจสอบได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้เริ่มตรวจสอบ อีกทั้งได้พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมอีกในบริเวณใกล้เคียงกัน มี นายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี เป็นผู้จำหน่ายสินค้า และเป็นเจ้าของสินค้า ผลการตรวจสอบพบสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าววางอยู่ภายในบริเวณร้านในลักษณะเสนอจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป โดยมีตัวแทนผู้เสียหายชี้ยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้เสียหายจริง จากนั้นจึงได้ให้ นายหม่อง ขันจี กุมาร สัญชาติเมียนมา ซึ่งสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี มาเป็นล่ามในการจับกุม ชาวต่างชาติจำนวน 2 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ผู้ต้องหาต่างชาติ ทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายธวัชชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ยืนยันเดินหน้าปราบปรามการละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าปลอมอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว เลือกซื้อสินค้าจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ หากพบเบาะแสการจำหน่ายสินค้าปลอม สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ทันที
ประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายและการซื้อสินค้าปลอม โดยเฉพาะสินค้าปลอมประเภทแบรนด์เนม ไม่ได้เป็นเพียงการค้าขายที่ผิดกฎหมาย แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนระบบเศรษฐกิจที่ถูกต้อง ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติอย่างมีนัยสำคัญ สินค้าปลอมแบรนด์เนมจำนวนมากมักถูกนำมาจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยวหรือย่านการค้าสำคัญ โดยอาศัยความไม่รู้ของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคเป็นช่องทางแสวงหากำไร ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้างทั้งต่อเจ้าของสิทธิ ผู้ประกอบการที่ค้าขายสุจริต และระบบตลาดโดยรวม
ในมิติทางเศรษฐกิจ การปล่อยให้สินค้าปลอมแบรนด์เนมแพร่กระจายย่อมกระทบต่อความเป็นธรรมทางการค้า ทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องเสียโอกาส สูญเสียรายได้ และเสียความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันยังเป็นการลดทอนรายได้ของรัฐจากภาษีและค่าธรรมเนียมที่ควรนำไปพัฒนาประเทศ รวมถึงเป็นช่องทางให้กลุ่มผู้กระทำผิดใช้เป็นแหล่งรายได้หมุนเวียน สนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ อันเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความสงบเรียบร้อยของสังคม
ในมิติด้านการท่องเที่ยว สินค้าปลอมแบรนด์เนมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สร้างประสบการณ์เชิงลบแก่นักท่องเที่ยว เมื่อเกิดกรณีถูกหลอกซื้อสินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือสินค้าไม่ตรงตามที่กล่าวอ้าง ความเชื่อมั่นต่อแหล่งท่องเที่ยวและระบบการค้าของประเทศจะลดลง และอาจถูกขยายผลผ่านการบอกต่อและสื่อออนไลน์อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายและกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวม ซึ่งเป็นกลไกเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

Ad 1
Ad 2