วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีนาทีชีวิต! ตร.จราจรประสานมิตร ช่วยทำคลอดฉุกเฉินกลางถนนราชดำเนิน แม่ลูกปลอดภัย

นาทีชีวิต! ตร.จราจรประสานมิตร ช่วยทำคลอดฉุกเฉินกลางถนนราชดำเนิน แม่ลูกปลอดภัย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

นาทีชีวิต! ตร.จราจรประสานมิตร ช่วยทำคลอดฉุกเฉินกลางถนนราชดำเนิน แม่ลูกปลอดภัย

กรุงเทพมหานคร (31 มกราคม 2569) – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกใจกลางเมืองหลวง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโชว์ทักษะการปฐมพยาบาลขั้นสูง เข้าช่วยทำคลอดฉุกเฉินให้กับหญิงท้องแก่บนถนนราชดำเนินกลาง ท่ามกลางสถานการณ์บีบคั้นที่เด็กไม่ส่งเสียงร้องและตัวเริ่มเขียว จนสามารถช่วยชีวิตทั้งแม่และทารกไว้ได้สำเร็จ

ไทม์ไลน์นาทีวิกฤต: เมื่อเสียงร้องแรกคือชัยชนะ

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่การจราจรบนถนนราชดำเนินกลางกำลังหนาแน่น จ.ส.ต.กฤษณชัย ศรีเจริญ (จราจรกลาง) และ ส.ต.อ.ศุภชัย จุปะมัดถา (สน.ชนะสงคราม) ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือด่วนว่ามีหญิงคลอดบุตรภายในรถยนต์

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่าทารกคลอดออกมาแล้ว แต่สถานการณ์กลับน่ากังวลอย่างยิ่ง:

อาการเบื้องต้น: ทารกมีร่างกายสีม่วงคล้ำ และยังไม่ส่งเสียงร้อง (ภาวะวิกฤต)

การตัดสินใจ: จ.ส.ต.กฤษณชัย สวมถุงมือยางและเข้าอุ้มทารกทันที โดยใช้ทักษะที่ได้รับการฝึกอบรมมา ทำการกระตุ้นด้วยการ “ตบก้นและลูบหลัง” อย่างถูกวิธี

ผลลัพธ์: เพียงชั่วครู่ ทารกเริ่มส่งเสียงร้องไห้และกลับมามีสัญญาณชีพปกติ ท่ามกลางความโล่งใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

พลังแห่งการบูรณาการ “ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ”

ภายหลังการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตำรวจจราจร สน.ชนะสงคราม ได้ประสานกำลังกับ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เพื่อเร่งเปิดทางและอำนวยความสะดวกในการนำส่งโรงพยาบาลกลางอย่างเร่งด่วน ล่าสุดรายงานยืนยันว่า ทั้งแม่และบุตรอยู่ในอาการปลอดภัยและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เรียบร้อยแล้ว

เสียงชื่นชมจากผู้บังคับบัญชา

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้แสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและมีสติ เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ที่ระบุว่าเหตุการณ์นี้คือบทพิสูจน์ของ “ผู้พิทักษ์ชีวิตบนท้องถนน” ที่มีความพร้อมทั้งทักษะและความเสียสละ

“การตัดสินใจที่รวดเร็วและความรู้ในการปฐมพยาบาล คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาชีวิตคนไทยไว้ได้”

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวที่น่ายินดี แต่ยังสะท้อนถึงภาพลักษณ์ใหม่ของตำรวจจราจรไทยที่พร้อมเป็น “ที่พึ่ง” ของประชาชนในทุกสถานการณ์ ไม่ใช่เพียงแค่การบังคับใช้กฎหมายบนท้องถนนเท่านั้น

Ad 1
Ad 2