แค้นสะสม 20 ปี! สองพ่อลูกรุมตื๊บ-แทงชู้ปางตาย หลังถูกท้าทายหน้าร้านค้า พ่อเปิดใจทนมานานลูกชายยันทำเพื่อป้องกันตัว
ปราจีนบุรี – เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายจนมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านค้าในหมู่บ้านวังใหม่ หมู่ 22 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยผู้บาดเจ็บคือ นายสิทธิกร (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ถูกรุมทำร้ายจนกรามหัก และถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ใต้ราวนมซ้าย อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกบินทร์บุรี
ชนวนเหตุ “รักสามเส้า” ยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่นายสิทธิกรกำลังซื้อของอยู่หน้าร้านค้า ได้พบกับ นายสำรอง และ นายอนุวัฒน์ (สองพ่อลูก) ที่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา จึงมีการเรียกให้หยุดรถเพื่อเจรจาปัญหาความขัดแย้ง เนื่องจากนายสิทธิกรแอบคบหากับภรรยาของนายสำรองมานานกว่า 20 ปี
นางสุจิตรา ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้จนเกิดการปะทะ นายสิทธิกรได้ใช้ท่อนเหล็กตีนายสำรองก่อน แต่นายสำรองยกแขนรับไว้ได้ ทันใดนั้นนายอนุวัฒน์ (ลูกชาย) จึงใช้มีดปลายแหลมแทงสวนเพื่อปกป้องพ่อ จนฝ่ายนายสิทธิกรล้มลง ก่อนที่สองพ่อลูกจะรุมทำร้ายซ้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและขี่รถหลบหนีไปมอบตัวในเวลาต่อมา
เปิดใจผู้ก่อเหตุ: “ทนมาตั้งแต่ปี 49”
ล่าสุดเมื่อเวลา 10:00 น. วันนี้ (27 ม.ค.) สองพ่อลูกเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีปราชญ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.วังตะเคียน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม
นายสำรอง (ผู้เป็นพ่อ) เปิดเผยด้วยความคับแค้นใจว่า:
“เขาลักลอบเป็นชู้กับเมียผมมาตั้งแต่ปี 49 รวมแล้วเกือบ 20 ปี ผมจับได้และเตือนหลายครั้งเขาก็บอกจะเลิกแต่ก็ไม่เลิก ผมทนมาตลอด 30 ปีที่อยู่กับแฟนคนนี้เพราะสงสารลูกหลาน แต่วันนี้เขาท้าทายจนทนไม่ไหวจริงๆ”
ด้าน นายอนุวัฒน์ (ลูกชาย) ระบุว่า ฝ่ายคนเจ็บเป็นคนร้องท้าทายให้เข้าไปหา และเป็นฝ่ายเริ่มใช้เหล็กตีก่อน ตนจึงต้องทำเพื่อป้องกันตัวและวอนขอให้สังคมเข้าใจความรู้สึกของตนกับพ่อด้วย
เมียรับคบซ้อนจริง-ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก
ขณะที่ นางเดือนรุ่ง (ภรรยานายสำรอง) ยอมรับว่าเรื่องชู้สาวเป็นเรื่องจริง ตนคบหากับนายสิทธิกรมานานกว่า 20 ปีจริง แม้จะยังจดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับนายสำรองอยู่ก็ตาม
พ.ต.ท.อาทิตย์ ศรีปราชญ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่สองพ่อลูกในข้อหา:
ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส
พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมามอบตัวด้วยตนเองและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับให้การภาคเสธโดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวเรื่องจริงผ่านเลนส์ ประจำจังหวัดปราจีนบุรี รายงาน



