ACSC เปิดโปงโครงสร้าง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” แยกสายหลอก-สายฟอกเงินชัดเจน ยกระดับฟอกเงินผ่านนิติบุคคล-คริปโตฯ เลี่ยงจับกุม
กรุงเทพฯ – ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จัดประชุมสัมมนาใหญ่รวมกูรูด้านกฎหมายและการเงิน เปิดโปงยุทธวิธีล่าสุดขององค์กรอาชญากรรมไซเบอร์ พบแบ่งโครงสร้างการทำงานแบบมืออาชีพ แยก “ฝ่ายหลอก” และ “ฝ่ายฟอก” ออกจากกันอย่างเด็ดขาด พร้อมเผยวิวัฒนาการฟอกเงินรูปแบบใหม่ ใช้บัญชีม้านิติบุคคลและสินทรัพย์ดิจิทัลตัดตอนเจ้าหน้าที่
เมื่อวันที่ 19-20 มกราคม 2569 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. นำทีมศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ประชุมหารือร่วมกับ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.), สำนักงาน ปปง. และธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อวางมาตรการสกัดกั้นขบวนการฟอกเงินและแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เจาะลึกโครงสร้าง 2 ขั้วอาชญากรรม: แยกกันเดิน-รวมกันหลอก
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปัจจุบันไม่ได้ทำงานเป็นกลุ่มก้อนเดียว แต่มีการแยกสายงานออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกกวาดล้างยกแผง ดังนี้:
กลุ่มที่ 1: ฝั่งหลอกลวง (The Scammers)
เน้นใช้จิตวิทยาหว่านล้อมให้เหยื่อโอนเงิน มีฐานปฏิบัติการหลักในประเทศกัมพูชา บริหารงานรูปแบบบริษัทโดยบอสชาวจีน แบ่งงานเป็น 4 ระดับ:
ระดับสั่งการ: วางแผนภาพรวม
ทีมสนับสนุน: หาข้อมูลเหยื่อ (Data) และอุปกรณ์ (Simbox/คอมพิวเตอร์)
ทีมสร้างตัวตน: สร้างโปรไฟล์/เว็บปลอม แอบอ้างหน่วยงานราชการ
ทีมหลอกลวง: พนักงานหน้าด่านที่ผ่านการฝึกสคริปต์เพื่อโทรหรือแชทหลอกเหยื่อ
กลุ่มที่ 2: ฝั่งการเงินและฟอกเงิน (The Laundries)
หน้าที่หลักคือการนำเงินออกจากระบบให้เร็วที่สุด ปัจจุบันรับส่วนแบ่ง 10–20% ของยอดเงินที่หลอกได้ โดยต้องวางเงินมัดจำสูงถึง 3–5 ล้านบาท เพื่อป้องกันการโกงกันเอง แบ่งเป็น 4 ระดับ:
ผู้ควบคุมฝั่งการเงิน: คอยกำกับดูแลเส้นทางเงิน
ฝ่ายจัดหาบัญชีม้า: รวบรวมบัญชีม้าทั้งแบบ “ขายขาด” และ “แบบเฉพาะกิจ”
บัญชีม้า: ผู้เปิดบัญชีเพื่อใช้รับโอนเงิน
คนกดเงิน/รวบรวมเงิน: ตระเวนถอนเงินสดหรือรวบรวมเงินส่งต่อเครือข่าย
เผยวิวัฒนาการ “การฟอกเงิน” หนีการตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่พบว่าขบวนการเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการฟอกเงินตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงการอายัดบัญชี ดังนี้:
บัญชีม้านิติบุคคล: จดทะเบียนบริษัทปลอมเพื่อเปิดบัญชี สร้างความน่าเชื่อถือ และสามารถ โอนเงินจำนวนมากได้โดยไม่ต้องสแกนใบหน้า
สินทรัพย์ดิจิทัล: เปลี่ยนเงินเป็นคริปโทเคอร์เรนซีผ่านระบบ P2P หรือกระเป๋านิรนาม
สแกนหน้าข้ามแดน: นำเจ้าของบัญชีม้าข้ามพรมแดนไปสแกนใบหน้าในประเทศเพื่อนบ้าน
อีคอมเมิร์ซฟอกเงิน: ซื้อสินค้าปลอมบนแพลตฟอร์มดัง (Shopee/Lazada) แล้วกดคืนเงิน (Refund) เข้าบัญชีม้า หรือฟอกผ่านโบรกเกอร์หุ้นและทองคำ
การถอนเงิน: ในไทยพบการถอนเงินสดผ่านเคาน์เตอร์และตู้ ATM จำนวนมาก ส่วนต่างประเทศจะใช้วิธีโอนผ่านระบบ Swift หรือถอนเงินสดทันที
“การแยกส่วนการทำงานระหว่างสายหลอกและสายฟอกเงิน ทำให้การสืบสวนไปถึงตัวการใหญ่ทำได้ยากขึ้น เพราะหากส่วนใดส่วนหนึ่งถูกจับ ขบวนการจะจัดหาคนใหม่มาแทนที่ทันที” — ตัวแทนจาก ACSC ระบุ
ผนึกกำลังสกัดเส้นทางเงิน
เวทีสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการข้อมูลระหว่างตำรวจ อัยการ ปปง. และธปท. เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายและวางแนวทางอายัดเงินให้ทันท่วงที พร้อมเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระวังบัญชีชื่อนิติบุคคลที่อาจถูกนำมาใช้หลอกลวงในปัจจุบัน




