ไม่รอด! สตม.บุกจับ “พ่อค้ายาไวกิ้ง” หนีหมายแดงตำรวจสากล ซุกคอนโดหรูหัวหิน
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายเข้ม “อาชญากรข้ามชาติ ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ ไม่มีที่อยู่เป็นสุขในราชอาณาจักรไทย” ตามสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ล่าสุดสามารถบุกจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญชาวสวีเดน ซึ่งหลบหนีหมายจับตำรวจสากลสีแดง มาซ่อนตัวอยู่ในคอนโดมิเนียมหรู กลางเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคกลาง โดยได้ประชุมสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว หลังได้รับข้อมูลว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากลหลบซ่อนตัวอยู่ในอำเภอหัวหิน
จากการสั่งการดังกล่าว พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รองผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และ พ.ต.ท.อานุภาพ ตู้จินดา สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ได้นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสืบสวนติดตามตัวบุคคลต้องสงสัย
เบื้องต้น การสืบสวนเริ่มจากเรื่องร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงต้นปี 2569 เกี่ยวกับพฤติกรรมผิดปกติของชายชาวต่างชาติผิวขาว มักเก็บตัวอยู่ในห้องพัก ไม่สุงสิงกับใคร และมีการใช้กัญชาภายในห้อง ส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด กระทั่งทราบว่าบุคคลดังกล่าวใช้ชื่อว่า นายโนอา (Noah – นามสมมติ) มีตำหนิรูปพรรณสำคัญคือ ลายสักขนาดใหญ่บริเวณลำคอ
เมื่อเจ้าหน้าที่นำชื่อและหมายเลขหนังสือเดินทางไปตรวจสอบกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พบว่า นายโนอา เป็นผู้ต้องหาตาม หมายจับตำรวจสากลสีแดง ของประเทศสวีเดน มีพฤติการณ์เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบจำหน่ายโคเคน แอมเฟตามีน และกัญชา อีกทั้งยังมีประวัติขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมาจากสารเสพติด ใช้ความเร็วสูง ขับรถสวนเลน เป็นอันตรายต่อสาธารณะ รวมถึงครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนหลบหนีการรับโทษเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยนานประมาณ 1 ปี
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พิจารณาแล้วเห็นว่า นายโนอา เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของรัฐบาลต่างประเทศ จึงได้เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งในวันเดียวกัน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหารายดังกล่าว
กระทั่งวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ชุดสืบสวนได้สนธิกำลังพร้อมอาวุธครบมือ เข้าชาร์จจู่โจมจับกุม นายโนอา ได้ภายในห้องพักคอนโดมิเนียมหรู กลางเมืองหัวหิน โดยเจ้าหน้าที่แสดงตัวเป็นตำรวจและแสดงบัตรข้าราชการ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงลายช้าง มีอาการงุนงงคล้ายคนมึนเมา และพยายามปฏิเสธว่าไม่ใช่บุคคลตามหมายจับ อ้างว่ารูปร่างผอมกว่าและผมสั้นกว่าในภาพหมายจับ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำผลการตรวจสอบจากระบบ ไบโอเมตริกซ์ มาแสดง พร้อมเปรียบเทียบจุดสังเกตสำคัญ โดยเฉพาะลายสักขนาดใหญ่บริเวณลำคอ พบว่าตรงกันทุกประการ จึงแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของนโยบายเชิงรุกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการคัดกรองและปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ผ่านการบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน







