วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2026
หน้าแรกทั่วไปไม่รอด! สตม.บุกจับ “พ่อค้ายาไวกิ้ง” หนีหมายแดงตำรวจสากล ซุกคอนโดหรูหัวหิน

ไม่รอด! สตม.บุกจับ “พ่อค้ายาไวกิ้ง” หนีหมายแดงตำรวจสากล ซุกคอนโดหรูหัวหิน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ไม่รอด! สตม.บุกจับ “พ่อค้ายาไวกิ้ง” หนีหมายแดงตำรวจสากล ซุกคอนโดหรูหัวหิน

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายเข้ม “อาชญากรข้ามชาติ ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ ไม่มีที่อยู่เป็นสุขในราชอาณาจักรไทย” ตามสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ล่าสุดสามารถบุกจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญชาวสวีเดน ซึ่งหลบหนีหมายจับตำรวจสากลสีแดง มาซ่อนตัวอยู่ในคอนโดมิเนียมหรู กลางเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคกลาง โดยได้ประชุมสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว หลังได้รับข้อมูลว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากลหลบซ่อนตัวอยู่ในอำเภอหัวหิน

จากการสั่งการดังกล่าว พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รองผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 และ พ.ต.ท.อานุภาพ ตู้จินดา สารวัตร กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ได้นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสืบสวนติดตามตัวบุคคลต้องสงสัย

เบื้องต้น การสืบสวนเริ่มจากเรื่องร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงต้นปี 2569 เกี่ยวกับพฤติกรรมผิดปกติของชายชาวต่างชาติผิวขาว มักเก็บตัวอยู่ในห้องพัก ไม่สุงสิงกับใคร และมีการใช้กัญชาภายในห้อง ส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด กระทั่งทราบว่าบุคคลดังกล่าวใช้ชื่อว่า นายโนอา (Noah – นามสมมติ) มีตำหนิรูปพรรณสำคัญคือ ลายสักขนาดใหญ่บริเวณลำคอ

เมื่อเจ้าหน้าที่นำชื่อและหมายเลขหนังสือเดินทางไปตรวจสอบกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พบว่า นายโนอา เป็นผู้ต้องหาตาม หมายจับตำรวจสากลสีแดง ของประเทศสวีเดน มีพฤติการณ์เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ลักลอบจำหน่ายโคเคน แอมเฟตามีน และกัญชา อีกทั้งยังมีประวัติขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมาจากสารเสพติด ใช้ความเร็วสูง ขับรถสวนเลน เป็นอันตรายต่อสาธารณะ รวมถึงครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนหลบหนีการรับโทษเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทยนานประมาณ 1 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 พิจารณาแล้วเห็นว่า นายโนอา เป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของรัฐบาลต่างประเทศ จึงได้เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งในวันเดียวกัน พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหารายดังกล่าว

กระทั่งวันที่ 17 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ชุดสืบสวนได้สนธิกำลังพร้อมอาวุธครบมือ เข้าชาร์จจู่โจมจับกุม นายโนอา ได้ภายในห้องพักคอนโดมิเนียมหรู กลางเมืองหัวหิน โดยเจ้าหน้าที่แสดงตัวเป็นตำรวจและแสดงบัตรข้าราชการ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงลายช้าง มีอาการงุนงงคล้ายคนมึนเมา และพยายามปฏิเสธว่าไม่ใช่บุคคลตามหมายจับ อ้างว่ารูปร่างผอมกว่าและผมสั้นกว่าในภาพหมายจับ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำผลการตรวจสอบจากระบบ ไบโอเมตริกซ์ มาแสดง พร้อมเปรียบเทียบจุดสังเกตสำคัญ โดยเฉพาะลายสักขนาดใหญ่บริเวณลำคอ พบว่าตรงกันทุกประการ จึงแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองต่อไป

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของนโยบายเชิงรุกของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการคัดกรองและปราบปรามอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง ผ่านการบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

Ad 1
Ad 2