สืบ ตม. แจงปม “อัจฉริยะ” แฉห้องกักสวนพลู ปล่อยพนักงานสอบสวนเบิกตัว “จีนเทา” ยันทำตามกฎหมาย หากขัดหมายศาลเสี่ยงผิด ม.157
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 69 พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. เปิดเผยถึงกรณีที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ออกมาเปิดโปงขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ โดยระบุว่ามีพนักงานสอบสวนสังกัด บช.น. ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ตม. นำหมายจับศาลมาเบิกตัวผู้ต้องกักชาวจีนจากสถานกักตัวฯ สวนพลู เพื่อประวิงเวลาไม่ให้ถูกส่งกลับประเทศจีน และเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มสแกมเมอร์
เปิดสถิติเบิกตัว “จีนเทา” พบ 131 ราย ยังไม่ส่งคืนห้องกัก
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:
ยอดสะสม (พ.ศ. 2564 – 2568): มีผู้ต้องกักชาวจีนรวม 131 ราย ที่ถูกพนักงานสอบสวนจากหน่วยงานต่างๆ นำหมายศาลมาขอรับตัวไปดำเนินคดี และยังไม่ได้นำตัวกลับมาส่งคืนห้องกักเพื่อผลักดันออกนอกประเทศ
ยอดเฉพาะปี 2568: มีการเบิกตัวไปแล้ว 8 ราย โดยพนักงานสอบสวนที่รับตัวไปต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการควบคุมตัวตาม ป.วิ อาญา
แจงยิบ! ต้องปล่อยตัวตามหมายศาล หากขัดขืนผิดวินัย-อาญา
ผบก.สส.สตม. ระบุว่า การที่ กก.3 บก.สส.สตม. ส่งตัวผู้ต้องกักให้พนักงานสอบสวน (โดยเฉพาะสังกัด บช.น.) เป็นการทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย เนื่องจากทุกราย มีหนังสือยืนยันและมีหมายจับของศาลมาแสดง
“หากเจ้าหน้าที่ ตม. ปฏิเสธไม่ให้เบิกตัว ย่อมถือเป็นการขัดหมายศาล และอาจถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้”
โต้ข่าว “Ma Guangxue” ถูกส่งกลับจีนแล้ว – สถานทูตส่งหนังสือชม
สำหรับรายชื่อผู้ต้องกักที่นายอัจฉริยะระบุถึง 2 ราย ผลการตรวจสอบพบว่า:
นาย Ma Guangxue: สน.หัวหมาก นำตัวมาส่งคืนห้องกักแล้ว และ สตม. ได้ผลักดันส่งกลับจีนเมื่อ 21 ม.ค. 68 โดย สถานทูตจีนได้มีหนังสือขอบคุณ สตม. ลงวันที่ 30 ม.ค. 68 ในความร่วมมือครั้งนี้
นายเสี่ยวหลง (Xiao Long): อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและติดตาม
มาตรการเด็ดขาด! จี้หน่วยงานรับตัวไป ต้องส่งคืนเมื่อคดีจบ
สตม. ได้ทำหนังสือเร่งรัดไปยัง บช.น. และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้รายงานความคืบหน้าของคดี หากพบว่าคดีสิ้นสุดแล้วแต่ไม่นำตัวส่งคืนห้องกัก หรือไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ สตม. จะดำเนินการดังนี้:
รายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาความผิดทางวินัยและอาญาต่อพนักงานสอบสวนรายนั้น
ประสานข้อมูลกับ บช.น. ซึ่งขณะนี้มีการตั้งกรรมการสอบสวนพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่กลางปี 2568 แล้ว
พล.ต.ต.ภานพ ทิ้งท้ายว่า หากผลการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สตม. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์จริง จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น



