วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2026
หน้าแรกการเมือง“เต้ มงคลกิตติ์” ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ติดตามผลตรวจสอบโครงการวิทยุดิจิทัล มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ชี้ปมจัดซื้อจัดจ้าง–สเปกงานส่งมอบผิดเงื่อนไข มองคดีสินบนทอง 246 บาทเป็นเรื่องเล็กน้อย

“เต้ มงคลกิตติ์” ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ติดตามผลตรวจสอบโครงการวิทยุดิจิทัล มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ชี้ปมจัดซื้อจัดจ้าง–สเปกงานส่งมอบผิดเงื่อนไข มองคดีสินบนทอง 246 บาทเป็นเรื่องเล็กน้อย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

“เต้ มงคลกิตติ์” ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ติดตามผลตรวจสอบโครงการวิทยุดิจิทัล มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ชี้ปมจัดซื้อจัดจ้าง–สเปกงานส่งมอบผิดเงื่อนไข มองคดีสินบนทอง 246 บาทเป็นเรื่องเล็กน้อย

วันที่ 8 มกราคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการจัดหาและติดตั้งระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัล “วิทยุทรังก์เรดิโอ” ระยะที่ 1 และระยะที่ 2

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 มูลนิธิฯ ได้เคยยื่นร้องเรียนระบุว่า โครงการดังกล่าวมีวงเงินรวมเกือบ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ระยะที่ 1 วงเงิน 3,542 ล้านบาท และระยะที่ 2 วงเงิน 4,400 ล้านบาท สำหรับจัดหาและติดตั้งโครงข่ายและอุปกรณ์วิทยุสื่อสารทั่วประเทศ

นายมงคลกิตติ์ระบุว่า จากการติดตามข้อมูลพบข้อสงสัยหลายประเด็น ทั้งขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ความคุ้มค่าการลงทุน รวมถึงกรณีการค้างชำระค่าบำรุงรักษาระบบแก่บริษัท NT เป็นเงินรวมระดับพันล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

เขายังตั้งข้อสังเกตว่า การของบประมาณโครงการดังกล่าวมีการระบุเป็น “ยุทธภัณฑ์” ซึ่งสามารถใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษได้ แต่เมื่อดำเนินการจัดซื้อจริงกลับเป็น “ครุภัณฑ์” ที่ตามระเบียบต้องใช้วิธี e-bidding แบบเปิดให้แข่งขันราคา จึงเห็นว่ามีประเด็นที่ควรตรวจสอบว่าเข้าข่ายเลี่ยงขั้นตอนหรือไม่ รวมถึงประเด็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อาจแตกต่างกันระหว่างยุทธภัณฑ์และครุภัณฑ์

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงปัญหาการส่งมอบงานว่า ระบุใน TOR ให้เป็นระบบมาตรฐานสากลแบบ 3GPP หรือมาตรฐาน LTE แบบ “Open Standard” ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างยี่ห้อได้ แต่เมื่อส่งมอบกลับเป็นระบบที่ปิดไม่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ยี่ห้ออื่นได้ จึงมองว่าเป็นการ “ล็อกสเปก” และอาจกระทบต่อการใช้งานในอนาคต

นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหวที่ผ่านมา ระบบวิทยุสื่อสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากใช้ความถี่สูงและต้องพึ่งพาจำนวนสถานีฐานจำนวนมาก แตกต่างจากระบบของกระทรวงมหาดไทยที่เป็นความถี่ต่ำและยังสามารถใช้งานได้ในภาวะวิกฤติ ซึ่งเห็นว่าเป็นอีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบด้านมาตรฐานและความเหมาะสมของโครงการ

เขาเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบความบกพร่องหรือมีมูลความผิด พร้อมตั้งคำถามถึงความคืบหน้าที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ได้ดำเนินการแล้วถึงขั้นใด โดยชี้ว่าโครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงการบริหารของอดีตผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายมงคลกิตติ์ยังกล่าวพาดพิงถึงกรณีคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” โดยเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโครงการวิทยุดิจิทัลนี้อย่างจริงจังเช่นเดียวกัน พร้อมระบุว่าเมื่อเทียบกันแล้ว คดีติดสินบนที่เกี่ยวกับทองคำหนัก 246 บาทถือเป็นเรื่อง”สิวๆ”

สำหรับการยื่นหนังสือครั้งนี้ พ.ต.อ.ธีรวุฒิ กิจนคร รอง ผบก.ผก. ปฏิบัติหน้าที่เวรอำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนรับหนังสือจากมูลนิธิฯ โดยถือเป็นการติดตามเรื่องหลังเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมากว่า 1 เดือน และมูลนิธิฯ ต้องการให้มีการชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมต่อสาธารณชน

Ad 1
Ad 2