วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีความคืบหน้าล่าสุด: สตม. ลุยถอนรากถอนโคน “นอมินีเกาะพะงัน” พบ 3 บริษัทวิลล่าหรูพฤติการณ์ชัด แจ้งข้อหาแล้ว 11 ราย

ความคืบหน้าล่าสุด: สตม. ลุยถอนรากถอนโคน “นอมินีเกาะพะงัน” พบ 3 บริษัทวิลล่าหรูพฤติการณ์ชัด แจ้งข้อหาแล้ว 11 ราย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ความคืบหน้าล่าสุด: สตม. ลุยถอนรากถอนโคน “นอมินีเกาะพะงัน” พบ 3 บริษัทวิลล่าหรูพฤติการณ์ชัด แจ้งข้อหาแล้ว 11 ราย

เกาะพะงัน, สุราษฎร์ธานี – สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยความคืบหน้าการกวาดล้างขบวนการต่างด้าวลักลอบประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างเกาะพะงัน หลังพบการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

เปิดพฤติการณ์: วิลล่าหรูราคา 15 ล้าน แต่เจ้าของตัวจริงไม่ใช่คนไทย

จากการสืบสวนเชิงลึกของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) พบว่ามีนิติบุคคลจำนวน 3 บริษัท ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดชัดเจน โดยเน้นประกอบธุรกิจประเภท ให้เช่าวิลล่าหรู ทั้งแบบรายวันและรายเดือน ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

รูปแบบธุรกิจ: มีการประกาศขายวิลล่าหรูในราคาสูงถึงหลังละ 15 ล้านบาท

อัตราค่าเช่า: ปล่อยเช่ารายวันในราคา 10,000 บาท และรายเดือนสูงถึง 80,000 บาท

กลุ่มเป้าหมาย: มุ่งเน้นให้บริการเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างด้าวบางสัญชาติเป็นหลัก โดยมีการปิดกั้นหรือคัดกรองผู้เช่าอย่างมีนัยสำคัญ

สถานะทางคดี: แจ้งข้อหาแล้วทั้งคนไทยและต่างชาติ

ขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถรับคำร้องทุกข์และเริ่มดำเนินคดีอาญาอย่างเป็นทางการแล้วจำนวน 3 คดี ได้แก่ คดีอาญาที่ 945/2568, 946/2568 และ 948/2568 โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 11 ราย แบ่งเป็น:

กลุ่มคนไทย (นอมินี): จำนวน 7 ราย ถูกแจ้งข้อหาฐานช่วยเหลือ หรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยแสดงออกว่าเป็นธุรกิจของตนเพียงผู้เดียว หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย

กลุ่มคนต่างด้าว (เจ้าของที่แท้จริง): จำนวน 4 ราย ถูกแจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรการในขั้นต่อไป

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างละเอียด เพื่อดูว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินหรือกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติหรือไม่

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสรุปสำนวนการสอบสวนเสนอต่อผู้บังคับบัญชา และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องอาชีพของคนไทยและรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว” ตัวแทนชุดสืบสวนกล่าว

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนในการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามมาเฟียต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าคนไทยที่ยอมรับจ้างเปิดบริษัทหรือถือหุ้นแทนคนต่างชาติ จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างหนักเช่นเดียวกัน

Ad 1
Ad 2