วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2026
หน้าแรกวงการสีกากี“บิ๊กโจ๊ก” รุกฆาต! ส่งทนายฟ้องกลับ 2 ชุดพญายักษ์ ปมทอง 246 บาท ฐานละเว้น ม.157 ไม่แจ้งข้อหา “พ.ต.อ.ภาคภูมิ”

“บิ๊กโจ๊ก” รุกฆาต! ส่งทนายฟ้องกลับ 2 ชุดพญายักษ์ ปมทอง 246 บาท ฐานละเว้น ม.157 ไม่แจ้งข้อหา “พ.ต.อ.ภาคภูมิ”

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

“บิ๊กโจ๊ก” รุกฆาต! ส่งทนายฟ้องกลับ 2 ชุดพญายักษ์ ปมทอง 246 บาท ฐานละเว้น ม.157 ไม่แจ้งข้อหา “พ.ต.อ.ภาคภูมิ”

สำนักข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งในแวดวงสีกากีที่ยังคงร้อนแรงข้ามปี ล่าสุด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เริ่มปฏิบัติการโต้กลับทางกฎหมายอย่างเต็มตัว โดยส่งทนายความเข้าแจ้งความเอาผิดคณะทำงานชุดใหญ่ มุ่งเป้าประเด็นการเลือกปฏิบัติในคดีสินบนทองคำ

แจ้งจับ 2 ชุดพญายักษ์ “ตร.-บช.ก.” ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 นายสัญญาพัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้เดินทางไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน 2 ชุดใหญ่ ตามความผิดมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมีรายชื่อนายตำรวจระดับบิ๊กที่ถูกกล่าวหา ดังนี้:

1. คณะทำงานตามคำสั่ง ตร. ที่ 580/2568:

พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. (หัวหน้าชุด)

พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา (รรท.ผบก.สส.จชต.)

2. คณะทำงานตามคำสั่ง บช.ก. ที่ 343/2568:

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. (หัวหน้าชุด)

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. (รองหัวหน้าชุด)

ปมหลัก: ละเว้นแจ้งข้อหา “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ทั้งที่มีหลักฐานชัด

ประเด็นสำคัญที่ทาง “บิ๊กโจ๊ก” ติดใจและนำมาสู่การฟ้องกลับ คือกรณีคดีสินบนทองคำน้ำหนัก 246 บาท ซึ่งทนายความระบุว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย (อดีตลูกน้องคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก) ได้ให้การยอมรับและมีพยานหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดเจน แต่คณะทำงานชุดดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งข้อหากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ

“มีความพยายามจะกัน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ไว้เป็นพยาน ทั้งที่พฤติการณ์ความผิดปรากฏชัดเจน นี่คือการปฏิบัติหน้าที่โดยเลือกปฏิบัติหรือไม่?” ทนายความตั้งคำถาม

คัดค้านพนักงานสอบสวนทำคดี จี้ส่ง ป.ป.ช. เท่านั้น

นอกจากนี้ ฝ่ายกฎหมายของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสใน 2 ประเด็นหลัก:

อำนาจการสอบสวน: เนื่องจากเป็นคดีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเกี่ยวข้อง และมีอัตราโทษสูงตามกฎหมาย จึงควรอยู่ในอำนาจของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยตรง ไม่ควรให้พนักงานสอบสวนตำรวจเป็นผู้ดำเนินการเอง

ความขัดแย้งส่วนตัว: คณะทำงานชุดนี้หลายนาย ถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีความขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาอย่างยาวนาน จึงเกรงว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรม หากมีการส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจทำเอง ทางฝั่งบิ๊กโจ๊กเตรียมยื่นคัดค้านต่อ ป.ป.ช. ทันทีหากมีการส่งคืนสำนวน

เมินคลิปเสียง-จี้สอบปม “อุ้มหาย” คนขับรถ ป.ป.ช.

ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยคลิปเสียงหรือภาพนิ่งที่อ้างว่าเป็นหลักฐานมัดตัวในวันนี้ ทนายสัญญาพัชระยืนยันว่า “ไม่หนักใจ” เพราะภาพที่ปรากฏไม่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อยู่ในเหตุการณ์ และตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการตัดต่อเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง

พร้อมกันนี้ ยังได้ทวงถามความคืบหน้ากรณี คนขับรถของกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีข่าวว่าถูก “อุ้ม” ไปเพื่อให้ถ้อยคำ โดยย้ำว่าหากมีการบังคับขู่เข็ญจริง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ และคำให้การเหล่านั้นจะถือเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทันที

Ad 1
Ad 2