รวบแล้ว! โจรบุกเดี่ยวลักบ้านหรูย่านลาดพร้าว กวาดทรัพย์เกือบ 2 ล้านหนีกบดานศรีสะเกษ สารภาพนำเงินไปไถ่ที่ดิน-ซื้อเฟอร์นิเจอร์เปย์สาวที่แอบชอบ
ตร.สน.โชคชัย ตามรวบตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางโรเล็ค ทองคำ และโฉนดที่ดิน สารภาพนำเงินไปไถ่ที่ดิน ซื้อเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านเปย์สาวที่แอบชอบและเลี้ยงชาวบ้านอ้างถูกหวย เตรียมขยายผลต่อ
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีลักทรัพย์ในพื้นที่เขตลาดพร้าว ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย, พ.ต.ท.ไพจิตร คำยอด รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย, พ.ต.ท.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ บุญมี สว.สส.สน.โชคชัย และ พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ดาวเรือง สว.สส.สน.โชคชัย พร้อมด้วยชุดจับกุมนำโดย ร.ต.อ.ภิญโญ เวียงคำ รอง สว.สส.สน.โชคชัย และ ร.ต.ท.พงษ์เพชร ไชยันโต รอง สว.(สส.)สน.โชคชัย ได้นำกำลังลงพื้นที่แกะรอยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ในหมู่บ้านหรูได้แล้ว คือ นายชาญชัย อายุ 59 ปี โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บ้านเกิด หมู่ที่ 4 ตำบลโคกเพชร อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมตรวจค้นยึดของกลางรายการใหญ่คืนมาได้จำนวนมาก
เปิดของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้:
1.ธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 150 ฉบับ และฉบับละ 100 บาท จำนวน 4 ฉบับ
2.นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ Rolex หน้าปัดสีดำสายสแตนเลส (1 เรือน), หน้าปัดสีทองสายสแตนเลสสีเงิน-ทอง (1 เรือน) และเรือนเล็กหน้าปัดสีดำสายสแตนเลส (1 เรือน)
3.กำไลข้อมือโลหะวัตถุคล้ายเพชรติดอยู่ สีเงิน (1 วง)
4.สร้อยคอโลหะสีทอง (1 เส้น) และสร้อยโลหะสีทองอีก 1 เส้น
5.กระเป๋าสะพายแบบคาด ตรายี่ห้อ Prada สีดำ (1 ใบ) และยี่ห้อ Converse สีดำ (1 ใบ)
6.นาฬิกาข้อมือสีทอง (1 เรือน)
7.แหวนโลหะสีทองมีวัตถุลักษณะคล้ายพลอยติดอยู่ (1 วง)
8.หนังสือสัญญาจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 58115 เลขที่ดิน 689 และโฉนดที่ดินเลขที่ 58115 (อย่างละ 1 ฉบับ)
9.สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีนายชาญชัย ไชยทิพย์ (1 ฉบับ)
10.ใบเสร็จซื้อสร้อยคอทองคำ ราคา 66,200 บาท (1 ฉบับ)
11.ต่างหูโลหะสีทอง (1 คู่)
12.แหวนโลหะสีทองมีวัตถุลักษณะคล้ายเพชร (1 วง) และแหวนโลหะสีเงินมีวัตถุลักษณะคล้ายเพชร (1 วง)
13.พระผงสมเด็จเลี่ยมโลหะสีทอง (1 องค์) และพระเหรียญหลวงปู่ทวดเลี่ยมโลหะสีเงินติดวัตถุคล้ายเพชร (1 องค์)
14.รองเท้าผ้าใบสีดำที่ใส่ก่อเหตุ (1 คู่) และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Oppo รุ่น Reno สีดำ (1 เครื่อง)
ย้อนพฤติกรรมบุกเดี่ยวงัดบ้านหรูย่านลาดพร้าว กวาดทรัพย์เกือบ 2 ล้าน:
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์จากผู้เสียหาย เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่บ้านกลางเมือง 2 ซอยนาคนิวาส 11 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยคนร้ายสวมเสื้อฮู้ด นุ่งกางเกงขายาว สวมรองเท้าผ้าใบ และคาดกระเป๋าเอว ได้แอบเข้าไปงัดบ้านและขึ้นไปบนชั้น 2 ก่อนจะงัดประตูห้องนอนของเจ้าของบ้าน เข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินกวาดเงินสด, นาฬิกาหรู Rolex, กระเป๋าแบรนด์เนม, ทองคำ, พระเครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 2 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.โชคชัย ได้เร่งแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิด ก่อนและหลังเกิดเหตุบริเวณปากซอยลาดพร้าว 98 ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายนั่งรถเมล์เข้ามาและใช้เส้นทางหลบหนี โดยใช้ระบบเปรียบเทียบใบหน้าของกรมการปกครอง จนกระทั่งพบว่าบุคคลที่มีลักษณะตรงกับคนร้ายคือ นายชาญชัย ไชยทิพย์ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ ต่อมาสายลับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องได้หลบหนีกลับไปกบดานที่บ้านเกิดในอำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำกำลังเดินทางไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนพบนายชาญชัยยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แสดงหมายจับ พร้อมทั้งตรวจค้นยึดของกลางทั้งหมดไว้ได้ทันที
รับสารภาพสิ้นไส้-นำเงินไปไถ่ที่ดิน ซื้อเฟอร์นิเจอร์เปย์สาวที่แอบชอบ:
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายชาญชัย ให้การรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เป็นทรัพย์สินที่ตนเข้าไปลักทรัพย์มาจากบ้านเกิดเหตุจริง โดยทรัพย์สินบางส่วนได้นำไปขายและจำนำ นำเงินที่ได้มาไปใช้จ่ายดังนี้:
1.นำไปไถ่ถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 58115 ที่เคยนำไปจำนองไว้
2.ซื้อเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งบ้าน เพื่อเตรียมนำหญิงสาวในหมู่บ้านที่ตนแอบชอบอยู่มาอยู่ด้วยกัน
3.นำเงินสดไปเปย์ให้หญิงสาว และใช้เงินส่วนหนึ่งจัดงานเลี้ยงชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมบอกกล่าวกับชาวบ้านว่าตน “ถูกหวยมา”
ทั้งนี้ ทางด้านเจ้าของบ้านผู้เสียหายยังคงติดใจสงสัยว่า มีบุคคลใดทำหน้าที่คอยชี้เป้าให้ผู้ต้องหาหรือไม่ แม้จะพยายามซักถามแล้วแต่ผู้ต้องหาก็ยังไม่ยอมปริปากพูดความจริง หลังจากนี้ ทางพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดและขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีประวัติเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป










