วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 5, 2026
หน้าแรกทั่วไปCIB สกัดขบวนการขนยาเสพติด ซิ่งกระบะพุ่งชนรถตำรวจเปิดทางหนี ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท รวบผู้ต้องหา 3 ราย

CIB สกัดขบวนการขนยาเสพติด ซิ่งกระบะพุ่งชนรถตำรวจเปิดทางหนี ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท รวบผู้ต้องหา 3 ราย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

CIB สกัดขบวนการขนยาเสพติด ซิ่งกระบะพุ่งชนรถตำรวจเปิดทางหนี ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท รวบผู้ต้องหา 3 ราย

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการสกัดเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่ หลังสืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาไอซ์เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์ 3 คันขับนำและติดตามกันเป็นขบวน หวังหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายไม่รอด ถูกตำรวจทางหลวงสนธิกำลังเข้าสกัด จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดยาไอซ์ของกลางน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ขณะที่รถกระบะอีกคันพยายามขับพุ่งชนรถตำรวจเพื่อเปิดทางหลบหนี ก่อนคนขับและผู้โดยสารจะทิ้งรถกระโดดหนีเข้าป่ารกร้าง

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.บุญลือ ผดุงถิ่น ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล. และ พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุเจต บุญคง และ พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.1 บก.ทล. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงระดมกำลังสืบสวนติดตามเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดอย่างใกล้ชิด

โดยมีชุดจับกุมจากสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 1 บก.ทล. (นครสวรรค์) นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ และ ร.ต.อ.มนชิต อิ่มปราง รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. พร้อมด้วย ร.ต.ต.อนุวัฒน์ วงษาเวียง, ด.ต.นิรัญ สุขหล่อ, ด.ต.ธนวัฒน์ ศรีเพชร, จ.ส.ต.จีระพัฒน์ กรันทุกพันธุ์, ส.ต.อ.นที สืบเทศ, ส.ต.อ.เอกลักษณ์ ไชยโย, ส.ต.อ.โสรัฐ ภู่ระโหง และ ส.ต.อ.นารเมธ เข็มทอง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.

ประสานกำลังร่วมกับตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. (อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และ ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด

ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. (ลพบุรี) นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. และ ร.ต.อ.นิพันธ์ อำพันดี รอง สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด รวมถึงตำรวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล. (เพชรบูรณ์) นำโดย พ.ต.ท.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สว.ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล. และ ร.ต.อ.ครรชิต วันแจ้ง รอง สว.ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ในสังกัด

จากการสืบสวนพบว่า ช่วงกลางดึกวันที่ 28 ตุลาคม 2569 จะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 11 มุ่งหน้ากรุงเทพมหานคร และใช้รถยนต์จำนวน 3 คัน ขับนำและติดตามกันเป็นระยะ เพื่อคอยสังเกตการณ์และแจ้งเตือนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ กระทั่งเวลาประมาณ 21.15 น. พบรถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 3 คัน ขับมาตามเส้นทางดังกล่าวในลักษณะเป็นขบวน โดยมีระยะห่างระหว่างรถแต่ละคันพอสมควร เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังติดตามและเข้าสกัดรถทั้ง 3 คันในเวลาใกล้เคียงกัน

ชุดจับกุมชุดแรกติดตามรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ทะเบียน ยพ 6xx1 เชียงใหม่ จนสามารถส่งสัญญาณไฟและเสียงเรียกให้หยุดบริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า กม.0+200 ต.ท่างาม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี

จากการตรวจสอบพบผู้โดยสารภายในรถ 2 ราย คือ นายจายแดง อายุ 43 ปี เป็นผู้ขับขี่ และนายแสงหาร อายุ 36 ปี นั่งโดยสารอยู่ด้านข้างคนขับ ทั้งสองเป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย

ขณะที่ชุดจับกุมอีกชุดติดตามรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีเทา ทะเบียน ผข 4xx0 ลำปาง ไปจนถึงบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า กม.16 ต.พรหมนิมิต อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณเรียกให้หยุด รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี ไม่ยอมให้ตรวจสอบ พร้อมขับพุ่งชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 2 คัน จนได้รับความเสียหาย

จากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวขับหลบหนีเข้าไปในพื้นที่ลานดินริมถนน ซึ่งเป็นทางตัน เมื่อเห็นว่าไม่สามารถไปต่อได้ คนขับและผู้โดยสารจึงตัดสินใจกระโดดลงจากรถ วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ารกร้างและบริเวณคลองน้ำ เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่ผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายอาศัยสภาพพื้นที่หลบหนีไปได้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างหลบหนีผู้โดยสารได้ทำกระเป๋าสะพายตกไว้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบเอกสารที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ก่อนตรวจค้นรถกระบะคันดังกล่าวและพบยาไอซ์จำนวนมาก บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีขาวขุ่น มีสัญลักษณ์รูปเรือสำเภาสีทองและตัวเลข 888 บรรจุซ้อนอยู่ในถุงฟอยล์สีม่วง

ส่วนชุดจับกุมที่สามติดตามรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กจ 1xx4 ฉะเชิงเทรา ซึ่งขับเลี้ยวเข้าไปภายในปั๊มน้ำมันบางจาก หจก.ปิ่นทองไพศาล ริมถนนทางหลวงหมายเลข 11 ขาเข้า หมู่ 3 ต.สุขสำราญ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จึงติดตามเข้าไปแสดงตัวและขอตรวจสอบ พบผู้ขับขี่คือ นายหลาว อายุ 32 ปี บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ก่อนควบคุมตัวไว้ได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมรถยนต์ทั้ง 3 คัน ไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยผ่านเครื่องเอกซเรย์ ไม่พบยาเสพติดเพิ่มเติมจากของกลางที่ตรวจพบก่อนหน้านี้

จากนั้นนำตัวและของกลางกลับมายังสถานีตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม ตรวจนับและชั่งน้ำหนักยาเสพติดอย่างละเอียด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดนครสวรรค์เข้าตรวจเก็บวัตถุพยานจากรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง

ผลการตรวจทดสอบยาเสพติดเบื้องต้นด้วยน้ำยาเคมีมาร์ควิส พบปฏิกิริยาเปลี่ยนสีเป็นสีส้มและสีน้ำตาล สอดคล้องกับลักษณะของเมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์

จากการตรวจสอบของกลางพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ลักษณะเป็นเกล็ดผลึกสีขาว บรรจุในถุงพลาสติกสีขาวขุ่น ซ้อนในถุงฟอยล์สีม่วง มีสัญลักษณ์เรือสำเภาสีทองและตัวเลข 888 จำนวน 300 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม แบ่งบรรจุเป็นกระสอบ กระสอบละ 30 ถุง รวม 10 กระสอบ คิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถยนต์กระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีเทา ทะเบียน ผข 4xx0 ลำปาง จำนวน 1 คัน รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สีเทา ทะเบียน ยพ 6xx1 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน รถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กจ 1xx4 ฉะเชิงเทรา จำนวน 1 คัน พร้อมโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย รวมเป็นของกลาง 7 รายการ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การว่า ได้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดสิงห์บุรี โดยแบ่งหน้าที่กันขับรถนำและรถตามหลัง เพื่อคอยสังเกตการณ์เส้นทางและแจ้งเตือนหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยนายจายแดงและนายแสงหารจะได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้รวมคนละ 50,000 บาทตามที่ระบุในคำให้การของเจ้าหน้าที่ ขณะที่นายหลาวจะได้รับค่าจ้าง 10,000 บาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

จากนั้นควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่หลบหนี และขยายผลไปยังเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงฝากเตือนประชาชนว่า การลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางหลวงเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัย และเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าเฝ้าระวังและตรวจสอบเส้นทางคมนาคมอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

หากประชาชนพบเห็นรถยนต์ต้องสงสัยหรือพฤติกรรมผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตรวจสอบ เพื่อร่วมกันสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายเข้าสู่ชุมชน

Ad 1
Ad 2