วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมบุกค้นบริษัทให้บริการ E-Money เถื่อนกลางกรุง เปิดเว็บไซต์รับแลก–โอนเงินหยวนครบวงจร พบเงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้าน เชื่อมโยงบัญชีม้าแก๊งอาชญากรรมออนไลน์

บุกค้นบริษัทให้บริการ E-Money เถื่อนกลางกรุง เปิดเว็บไซต์รับแลก–โอนเงินหยวนครบวงจร พบเงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้าน เชื่อมโยงบัญชีม้าแก๊งอาชญากรรมออนไลน์

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

บุกค้นบริษัทให้บริการ E-Money เถื่อนกลางกรุง เปิดเว็บไซต์รับแลก–โอนเงินหยวนครบวงจร พบเงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้าน เชื่อมโยงบัญชีม้าแก๊งอาชญากรรมออนไลน์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้น กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 2 ราย ดังนี้
1. บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะนิติบุคคล
2. นายปริณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย กรรมการผู้มีอำนาจ ในฐานะส่วนตัว
ความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง
2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง
3.แฟ้มเอกสาร จำนวน 1 แฟ้ม

สถานที่ตรวจค้น ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการเงินมีการพัฒนาเพื่อยกระดับบริการทางการเงินให้รวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย และไร้พรมแดน การโอนเงินระหว่างประเทศสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกันมีผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวกลาง ให้ผู้ใช้บริการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนที่เข้าถึงง่ายและมีความหลากหลาย แพลตฟอร์มการให้บริการดังกล่าวยังอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางในการยักย้ายถ่ายโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด กก. 5 บก.ปอศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการเงินการธนาคาร ได้รับการประสานข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรณีตรวจพบเว็บไซต์ ชื่อ Fupay (www.fupay1688.com) และ Taobao Thailand (www.taobao.co.th) มีการประกาศโฆษณาให้บริการการชำระเงินและเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเว็บไซต์ทั้งสองข้างต้น ให้บริการรับแลกเงินหยวน โอนเงินหยวน เข้า Alipay และบริการเติมเงินสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์จากประเทศจีนอย่างครบวงจร โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครสมาชิก จากนั้นทางเว็บไซต์จะสร้างบัญชีผู้ใช้งานพร้อมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถเติมเงิน ฝาก-ถอน และใช้ชำระเงินสำหรับการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ 1688 (www.1688.com), เว็บไซต์ Taobao (www.world.taobao.com) และ เว็บไซต์ Tmall (www.tmall.com) ลักษณะการให้บริการดังกล่าวถือเป็นการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการดำเนินการในนามของบริษัทผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 170 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี โดยมีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 บัญชี ถูกใช้ในการทำธุรกรรม รับแลก และรับจ่ายเงินหยวน มีความเชื่อมโยงกับบัญชีที่ถูกใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ยอดเงินรวม กว่า 270,000 บาท และจากการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้ต้องหา ไม่เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและธุรกิจรับแลกเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาล เพื่อเข้าตรวจค้นตรวจยึดพยานเอกสารและพยานวัตถุ สำหรับใช้ในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ประกอบการของบริษัทผู้ต้องหา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ผลการตรวจค้น พบพนักงาน จำนวน 5 คน กำลังทำงานอยู่ภายในบริษัท จึงได้ตรวจยึดพยานหลักฐานและพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องรวม 3 รายการ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ในฐานความผิด “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบัญชีที่ใช้ในการรับแลกเงินหยวน พบเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

สุดท้ายนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน โปรดเลือกใช้บริการ e-Money หรือการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากการให้บริการดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องมีการควบคุมและตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ใช้บริการในวงกว้าง รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ

Ad 1
Ad 2