เปิดใจ “พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์” จาก ‘นักรบกล้าใต้สุดสยาม’ สู่ บทบาท สว. ชี้ทางสว่างแก้ไฟใต้ปี 70: “ปลดล็อกเงื่อนไขกฎหมาย ดึงคนหลงผิดกลับบ้าน”
บทสัมภาษณ์พิเศษเจาะลึกทิศทางดับไฟใต้ บทบาทวุฒิสภา และทางออกสมานแผลใจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อคืนสันติสุขที่ยั่งยืนให้ประชาชน
บทนำ: จากแม่ทัพภาคที่ 4 สู่บทบาทกลไกนิติบัญญัติ
หากเอ่ยชื่อ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ภาพจำของอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เจ้าของฉายา “นักรบกล้าใต้สุดสยาม” ผู้ทำงานแลกหยาดเหงื่อและชีวิตในพื้นที่ปลายด้ามขวานไทยยังคงเด่นชัด วันนี้ในบทบาทสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ท่านยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนงานเพื่อพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมองไปถึงเป้าหมายและอนาคตในปี 2570 ผ่านกลไก “สว.พบประชาชน” และคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสานต่อการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
ลงพื้นที่ฟังเสียงประชาชน สะท้อนปัญหาตรงสู่รัฐบาล

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ เปิดเผยถึงการทำงานของวุฒิสภา ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่ทำงานเป็น 9 กลุ่มภาค โดยในส่วนของ “ภาคใต้ตอนล่าง” คณะทำงานได้เดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนครอบคลุมตั้งแต่ ตรัง, พัทลุง, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส
กระบวนการทำงานไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับฟัง แต่เป็นการประสานงานร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ
หากเป็นปัญหาในระดับท้องถิ่น: จะเร่งประสานให้แก้ไขทันทีในพื้นที่
หากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง: ที่ต้องอาศัยกระทรวง หรือหน่วยราชการระดับประเทศ จะนำเข้าสู่การตั้งกระทู้ถามในวุฒิสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรีมาตอบ หรือตั้งคณะกรรมาธิการลงไปศึกษาปัญหาอย่างลึกซึ้ง
”ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราวาดหวังไว้ คือการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับรัฐบาล…” — พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ระบุถึงความคืบหน้าที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาของคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงแห่งรัฐ และกลไก สว.พบประชาชน
4 ประเด็นหลักดับไฟใต้: นโยบายต้องต่อเนื่อง และ “ห้ามสร้างเงื่อนไขเพิ่ม”
เมื่อถามถึงนโยบายและแผนการแก้ไขปัญหา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ เน้นย้ำว่า ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะเข้ามาบริหาร สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความต่อเนื่องของนโยบาย”
หน่วยงานส่วนหน้าทั้ง กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สด.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ต้องมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (วันนอร์) ที่มุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยและสันติสุขให้ประชาชน
หัวใจสำคัญที่ผู้ปฏิบัติงานต้องตระหนัก:
การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง: ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของนโยบายอย่างแท้จริง ไม่ใช่นำไปใช้อย่างผิดเพี้ยน
ยึดศาสตร์พระราชา: นำเอายุทธศาสตร์ความดีและคำสอนของ รัชกาลที่ 9 มาเป็นเครื่องมือยึดเหนี่ยวและสั่งสอนข้าราชการในการทำงาน

เข้าใจอัตลักษณ์และวิถีชีวิต: เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ลงไปทำงานต้องเข้าใจวิถีชีวิต ความศรัทธา และอัตลักษณ์ของพี่น้องชายแดนใต้
เลิกค่านิยมย้ายข้าราชการแย่ไปชายแดนใต้: ในอดีตมักมีการส่งข้าราชการที่โดนลงโทษลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นการลงไป “สร้างเงื่อนไขใหม่” ก่อให้เกิดความระแวง ดังนั้น รัฐต้องไม่สร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้นอีกโดยเด็ดขาด
เปิดประตูให้โอกาสคนหลงผิด: “ปลดล็อกพันธะกฎหมาย พากลับบ้าน”
พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ฉายภาพความจริงในพื้นที่ว่า ชายแดนใต้แท้จริงแล้วเป็นดินแดนแห่งความเอื้ออาทร ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่สูญเสียผลประโยชน์และต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ที่เห็นต่างมานาน
ทว่า ปัญหาใหญ่ประการหนึ่งเกิดจาก “บรรยากาศแห่งความระแวง”
”คนจำนวนมากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่บางส่วนหรือข่าวลือในสังคมกดดันว่ามีหมายจับ ต้องหนีไปอยู่ในป่าหรือฝั่งเพื่อนบ้าน สุดท้ายเมื่อหนีไปแล้วไม่ได้กลับมา ก็ถูกดึงเข้าสู่ขบวนการเพื่อต่อสู้กับรัฐ ทั้งที่จริงๆ แล้วเกิดจากความเข้าใจผิด”
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า คนที่หลงผิดหรือเห็นต่างจากรัฐ ไม่ได้เดือดร้อนเพียงคนเดียว แต่ครอบครัวของเขาก็เดือดร้อนไปด้วย ทุกคนต่างมีความรู้สึกอยากกลับบ้าน เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ขนาดคนมีเงินแสนล้านยังอยากกลับบ้านเลย”

ดังนั้น ทางออกที่ยั่งยืนคือ การเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้กลับใจ โดยการช่วยปลดล็อกพันธะทางกฎหมายที่สามารถทำได้ ให้โอกาสเขากลับคืนสู่สังคมที่เอื้ออาทร เพื่อตัดวงจรความรุนแรงและสลายความระแวงระหว่างรัฐกับประชาชน
ภารกิจ สว. วันนี้: กลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบรัฐ ทำหน้าที่เพื่อชาติจนวันตาย
เมื่อถามถึงความหนักใจในการทำงานปัจจุบัน พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ กล่าวว่า ในระดับนโยบายบริหารตนไม่ได้หนักใจ เพราะวันนี้ทำหน้าที่ในฐานะ “สมาชิกวุฒิสภา” ที่มีหน้าที่นิติบัญญัติ กลั่นกรองกฎหมายที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎรให้ทันสมัย และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านการสะท้อนปัญหาจากการลงพื้นที่จริง พบสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็สามารถตั้งกระทู้ถามเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลนำไปแก้ไขปรับปรุง
ในบทสรุปของการสัมภาษณ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เปิดใจถึงอุดมการณ์ชีวิตตนเองไว้อย่างน่าประทับใจว่า:
”ผมเป็นทหารที่ไม่มีวันเกษียณ… มันเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตการเป็นทหาร ตั้งแต่วันแรกที่เราสวมเครื่องแบบ เรามีสิ่งที่กำกับดูแลเราอยู่เสมอ คือความรับผิดชอบ วินัย และคำปฏิญาณตนที่เราให้ไว้ว่าจะทำเพื่อ ชาติ ศาสนา และประชาชน”
บทวิเคราะห์สรุป (Editor’s Note):
บทสัมภาษณ์ของ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาชายแดนภาคใต้ในปี 2570 และอนาคต ไม่ใช่วงจรของความรุนแรงและการใช้กำลังทหารปราบปรามอีกต่อไป แต่คือ “การปรับความเข้าใจ การเข้าใจวัฒนธรรม การปลดเงื่อนไขทางกฎหมาย และการให้โอกาสคนกลับบ้าน” ผ่านกลไกนิติบัญญัติและการกำกับดูแลของวุฒิสภา เพื่อสร้างสันติสุขที่แท้จริงและยั่งยืนให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินใต้ของไทย
ทีมข่าว/รายงาน



