วันพุธ, ตุลาคม 28, 2026
หน้าแรกภูมิภาคผวจ.นราธิวาสเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว “พิกุลทองฯ” สนองพระราชดำริ สู้ภัยพิบัติ-สร้างความมั่นคงทางอาหาร

ผวจ.นราธิวาสเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว “พิกุลทองฯ” สนองพระราชดำริ สู้ภัยพิบัติ-สร้างความมั่นคงทางอาหาร

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ผวจ.นราธิวาสเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว “พิกุลทองฯ” สนองพระราชดำริ สู้ภัยพิบัติ-สร้างความมั่นคงทางอาหาร

นราธิวาส – เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณแปลงนา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว ภายใต้ “โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในยามวิกฤติ” โดยมี นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

โครงการดังกล่าวเป็นโครงการตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาทั้ง 6 ศูนย์ ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรองสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อประสบภัยธรรมชาติและสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้สนองพระราชดำริมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์พืชที่เกษตรกรนิยมปลูกในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทั้งพืชผัก พืชไร่ และข้าว อาทิ พริกหยวก ถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ พริกขี้หนู กระเจี๊ยบเขียว ข้าวพันธุ์หอมกระดังงา และข้าวพันธุ์ซีบูกันตัง โดยบูรณาการร่วมกับงานวิชาการเกษตร งานส่งเสริมการเกษตร งานพัฒนาที่ดิน และศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี

สำหรับเมล็ดพันธุ์ข้าวสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้:

ข้าวหอมกระดังงา: ปลูกเฉพาะนาปี (พ.ย. – มี.ค.) ให้ผลผลิตประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่

ข้าวซีบูกันตัง: ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ให้ผลผลิตประมาณ 600 กิโลกรัมต่อไร่

ศูนย์ฯ ได้วางแผนบริหารจัดการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. จัดเตรียมเป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน 2. สนับสนุนสำนักงาน กปร. เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย 3. สนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ขยายผลและเกษตรกรทั่วไป

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส กล่าวว่า โครงการนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัด เป็นการสืบสานพระราชดำริในการเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียผลผลิต กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเก็บเกี่ยว แต่ยังสะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมชื่นชมคณะทำงานและขอให้สานต่อภารกิจเพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพข่าว / ข่าว : นูอารีซ๊ะ ยะยือริ (นราธิวาส)

Ad 1
Ad 2