ป.ป.ส. ลุยจับมือขนส่งยักษ์ใหญ่ สั่งสกัดช่องโหว่ลักลอบส่งยาเสพติด
คาดโทษหนักสาขาปล่อยเกียร์ว่าง ปรับแสน-สั่งปิด-ยึดทรัพย์!
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ยกระดับมาตรการเอาผิดขั้นเด็ดขาดกับบริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์ทั่วประเทศ หากปล่อยปละละเลยให้สาขาหรือจุดรับส่งพัสดุกลายเป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด เผยปีงบประมาณ 2569 ยึดยาบ้าผ่านระบบพัสดุสูงถึง 13 ล้านเม็ด ไอซ์ 1 ตัน เตรียมบังคับใช้กฎหมายเข้มทั้งปรับหนัก สั่งพักใบอนุญาต จนถึงขยายผลยึดทรัพย์สิน
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางความร่วมมือป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบพัสดุภัณฑ์ โดยมีผู้บริหาร ป.ป.ส. นำโดย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.สำนักปราบปรามยาเสพติด นางสาวขวัญกมล ศรีชัยวรรณ นักสืบสวนสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ และ นายรัฐการ ศรีศกุน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ร่วมกับผู้แทนบริษัทขนส่งพัสดุภัณฑ์ชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน 9 แห่ง ได้แก่ ไปรษณีย์ไทย, FedEx, J&T, Flash Express, UPS, DHL, Aramex, KEX และ SF Express
แฉสถิติปี 69 ยานรกโผล่ระบบขนส่งทะลัก
เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยสถิติปีงบประมาณ 2569 พบว่า กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดได้ฉวยโอกาสใช้ระบบโลจิสติกส์ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในและส่งออกต่างประเทศ มีการตรวจพบและจับกุมสูงถึง 260 คดี ยึดของกลางเป็นยาบ้ากว่า 13 ล้านเม็ด, ไอซ์ 1 ตัน, คีตามีน 175 กิโลกรัม และเฮโรอีน 152 กิโลกรัม โดยพบพฤติการณ์จงใจหลบเลี่ยงการตรวจสอบ เช่น ใช้บัตรประชาชนปลอม หรือจ้างนอมินีมาส่งพัสดุแทน
เปิด 4 มาตรการเชิงรุก ล็อกสเปกขนส่งสีขาว
เพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบ ป.ป.ส. ร่วมกับผู้ประกอบการขนส่ง กำหนด 4 มาตรการสกัดกั้นอย่างเข้มงวด ได้แก่:
ยืนยันตัวตนผู้ส่ง 100%: ต้องตรวจสอบบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางให้ตรงกับตัวจริง หากยืนยันไม่ได้ต้องปฏิเสธการรับฝากทันที พร้อมบันทึกข้อมูลผู้รับ-ผู้ส่งไว้อย่างน้อย 180 วัน
คุมเข้มจุดเสี่ยงชายแดน: เพิ่มการตรวจสอบสาขาและแฟรนไชส์ในพื้นที่เสี่ยงสูง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเชิงรุกก่อนสินค้าเข้าสู่ระบบ
แลกเปลี่ยนข่าวกรองทุก 3 เดือน: พร้อมมอบรางวัลยกย่องผู้ประกอบการที่ป้องกันดีเด่น และให้ค่าตอบแทนแก่ผู้แจ้งเบาะแส
ลงโทษหนักผู้ฝากฝืน: ดำเนินการตามมาตรา 174 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000–100,000 บาท ตลอดจนสั่งปิดสถานที่ พักใช้ใบอนุญาต และหากพบสมรู้ร่วมคิดกับขบวนการยาเสพติด จะดำเนินคดีอาญาและขยายผลยึดทรัพย์ทันที
“ธุรกิจขนส่งต้องเติบโตควบคู่กับความปลอดภัยของสังคม ผู้ประกอบการต้องช่วยกันปิดช่องโหว่ ภาครัฐพร้อมสนับสนุนคนที่ให้ความร่วมมือ แต่จะใช้กฎหมายจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่จงใจฝ่าฝืน” — พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล กล่าวเตือน
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดหรือพัสดุต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด




