วันพุธ, ตุลาคม 21, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมวงจรปิดแฉนาทีเดือด! กลุ่มชายบุกตามอริถึงร้านเกม รุมทำร้ายหนุ่มวัย 20 เจ็บสาหัส ย่านประชาอุทิศ พบหัวกระสุนตกในที่เกิดเหตุ ญาติโวยกู้ชีพส่งโรงพยาบาลล่าช้า

วงจรปิดแฉนาทีเดือด! กลุ่มชายบุกตามอริถึงร้านเกม รุมทำร้ายหนุ่มวัย 20 เจ็บสาหัส ย่านประชาอุทิศ พบหัวกระสุนตกในที่เกิดเหตุ ญาติโวยกู้ชีพส่งโรงพยาบาลล่าช้า

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

วงจรปิดแฉนาทีเดือด! กลุ่มชายบุกตามอริถึงร้านเกม รุมทำร้ายหนุ่มวัย 20 เจ็บสาหัส ย่านประชาอุทิศ พบหัวกระสุนตกในที่เกิดเหตุ ญาติโวยกู้ชีพส่งโรงพยาบาลล่าช้า

เมื่อเวลา 19.47 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายชายวัย 20 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในซอยประชาอุทิศ 45 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร โดยมีรายงานว่าประชาชนในพื้นที่ได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังขึ้น 1 นัด จึงเร่งประสานกำลังตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านอาหารตามสั่ง พบ ชาย อายุ 20 ปี นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน มีอาการหายใจรวยริน พบบาดแผลเปิดขนาดใหญ่บริเวณคิ้วซ้าย ใบหน้าแตกหลายแห่ง ทั้งใต้ตาซ้ายและโหนกแก้มขวา รวมถึงมีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายจุด อาสาสมัครเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนประสานรถกู้ชีพระบบการแพทย์ฉุกเฉินเอราวัณมารับตัว เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีอาการหนักและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด

ระหว่างเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ บิดาและมารดาของผู้บาดเจ็บแสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของอาสาสมัคร พร้อมถ่ายทอดสดเหตุการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และมีการโต้เถียงกดดันเจ้าหน้าที่เป็นระยะ

เมื่อรถกู้ชีพเอราวัณเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่นำผู้บาดเจ็บขึ้นรถเพื่อดำเนินการช่วยชีวิตและประเมินอาการเพิ่มเติม โดยมีขั้นตอนการใส่อุปกรณ์ช่วยหายใจและตรวจวัดสัญญาณชีพ ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ระหว่างดำเนินการ ญาติยังคงเข้าไปโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ภายในบริเวณรถกู้ชีพ ทำให้สถานการณ์เกิดความชุลมุนและเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้แรงกดดัน

กระทั่งรถกู้ชีพนำผู้บาดเจ็บถึงโรงพยาบาลบางปะกอก 1 ยังมีการโต้เถียงบริเวณหน้าโรงพยาบาล ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาใช้บริการต่างแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านเกม พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บนั่งอยู่บริเวณหน้าร้าน ต่อมามีรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถ ก่อนมีชาย 2 คนลงจากรถเดินเข้าไปหา เมื่อผู้ได้รับบาดเจ็บสังเกตเห็นจึงเดินหลบเข้าไปภายในร้านเกม

ชายทั้งสองมีลักษณะกวักมือเรียกบุคคลอื่นให้เข้ามาสมทบ จากนั้นมีชายสวมหมวกกันน็อกเดินตามมา ก่อนทั้งหมดจะเข้าไปภายในร้าน ต่อมาปรากฏชายสวมเสื้อสีขาวและหญิงสวมเสื้อสีแดงเดินเข้ามาสมทบ โดยหญิงคนดังกล่าวเดินเข้าไปภายในร้านด้วย

ไม่นานหลังจากนั้น เกิดเหตุชุลมุนขึ้นภายในร้าน ผู้ที่กำลังใช้บริการต่างพากันวิ่งหนีออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่หญิงสวมเสื้อสีแดงวิ่งตามออกมาดูบริเวณด้านนอก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปอีกครั้ง

ภายหลังเหตุการณ์ กลุ่มบุคคลดังกล่าวทยอยเดินออกจากร้าน โดยภาพวงจรปิดปรากฏชายสวมเสื้อสีน้ำตาลถืออาวุธปืนยืนอยู่ด้านนอกร้านในลักษณะคุมเชิง ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุและพฤติการณ์ทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนทะเลาะกันมาแล้วรอบหนึ่ง จากนั้นมีชายคนหนึ่งวิ่งมาหลบอยู่บริเวณใต้ร้านของลูกสาว ก่อนจะมีกลุ่มชายประมาณ 3 คนตามมาสอบถามว่าพบเห็นบุคคลดังกล่าวหรือไม่ ตนจึงบอกไปว่าเห็นวิ่งไปทางห้องน้ำ โดยยอมรับว่าขณะนั้นพยายามบอกให้กลุ่มชายเข้าใจผิดเพื่อช่วยให้เรื่องผ่านไป แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์กลับบานปลายจนเกิดการทำร้ายร่างกายขึ้น

ด้านเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะกำลังนั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยว จู่ ๆ มีกลุ่มชายเข้ามาและมีการใช้อาวุธปืน ตนไม่ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวเป็นใคร โดยระบุว่าตนเองถูกไล่ยิงจนต้องวิ่งหนี ขณะที่เพื่อนของตนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่แฟนสาวของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุ นายชินภพมีปากเสียงกับตนที่บ้านและอยู่ในอาการมึนเมา ก่อนจะมาส่งตนที่ร้านเบอร์เกอร์หลังจากนั้นทราบว่าแฟนหนุ่มไปมีเรื่องกับบุคคลอื่นบริเวณหน้าร้านเกม โดยช่วงเวลาที่เกิดการโต้เถียงครั้งแรกอยู่ประมาณ 17.50 น. ซึ่งขณะนั้นอีกฝ่ายมากับแฟนและลูก

ภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวน 1 หัว จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี เพื่อใช้ในการตรวจพิสูจน์และประกอบการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

ส่วนอาการล่าสุดของผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับรายงานจากโรงพยาบาลว่า มีอาการกระดูกใบหน้าแตกและบาดแผลบริเวณใบหน้า แต่บาดแผลไม่ลึกถึงกะโหลกศีรษะ โดยภาพรวมอาการปลอดภัยแล้ว อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังให้นอนพักรักษาตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ปมเหตุความขัดแย้งที่แท้จริงยังต้องรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อคลี่คลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป

Ad 1
Ad 2