วันอาทิตย์, ตุลาคม 4, 2026
หน้าแรกการเมืองเครือข่ายประชาชนฯ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่หน้าศูนย์ฯ สิริกิติ์ รับมือประชุมธนาคารโลก-IMF เดินหน้าชนโมเดล "ทุนล้างโลก" ชูอารยะขัดขืนดันรัฐสวัสดิการ

เครือข่ายประชาชนฯ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่หน้าศูนย์ฯ สิริกิติ์ รับมือประชุมธนาคารโลก-IMF เดินหน้าชนโมเดล “ทุนล้างโลก” ชูอารยะขัดขืนดันรัฐสวัสดิการ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

เครือข่ายประชาชนฯ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่หน้าศูนย์ฯ สิริกิติ์ รับมือประชุมธนาคารโลก-IMF เดินหน้าชนโมเดล “ทุนล้างโลก” ชูอารยะขัดขืนดันรัฐสวัสดิการ

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมย่านรางน้ำ กลุ่มขบวนการประชาชนจากหลากหลายภาคส่วนทั่วประเทศ ประกอบด้วยเครือข่ายผู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกร คนจนเมือง แรงงาน ชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ ไปจนถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ร่วมในนาม “เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ” ประกาศนัดหมายรวมตัวชุมนุมครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “หยุดทุนล้างโลก ประชาชนกำหนดอนาคต” ณ บริเวณหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมสถาบันการเงินระดับโลกอย่างธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

โดย แถลงการณ์ระบุถึงเจตนารมณ์ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า มุ่งเป้าไปที่การท้าทายอิทธิพลของสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่เข้ามาผูกขาดและกำหนดทิศทาง “การพัฒนา” ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา โดยชี้ว่าโมเดลเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตและการเกื้อหนุนกลุ่มทุน คือรูปแบบหนึ่งของ “จักรวรรดินิยมทางเศรษฐกิจ” ในโลกยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากผืนดิน ป่าไม้ แม่น้ำ และทรัพยากรสาธารณะ ทว่ากลับทิ้งภาระ หนี้สิน ความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม และต้นทุนชีวิตไว้ให้ประชาชนระดับฐานรากเป็นผู้รับผิดชอบเพียงลำพัง

พร้อมกันนี้ ทางเครือข่ายฯ ได้หยิบยกวิกฤตการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันขึ้นมาฉายภาพความเหลื่อมล้ำ โดยวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาของผู้นำรัฐบาลที่เลือกใช้วิธีแจกเงินส่วนตัว แทนการสร้างระบบเยียวยาและสวัสดิการที่ทั่วถึง สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างอำนาจรัฐที่ยึดโยงอยู่กับกลุ่มทุนและเครือข่ายการเมืองที่ถูกเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังได้ประกาศปฏิเสธเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับเงินกู้ ตลอดจนแสดงจุดยืนตั้งคำถามอย่างหนักต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยชี้ว่าเป็นการพัฒนาที่กีดกันประชาชนออกจากอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตและอนาคตของตนเอง

นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจและการเมืองแล้ว แถลงการณ์ยังได้ซัดกลับสถาบันการศึกษาอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ของสถาบันวิจัยสังคมในการจัดแถลงข่าวเพียงเพราะมีคำว่า “ต่อต้าน” อยู่ในชื่อเครือข่าย โดยระบุว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง พร้อมย้ำว่ามหาวิทยาลัยของรัฐซึ่งดำรงอยู่ได้ด้วยภาษีของประชาชน ควรเป็นพื้นที่สำหรับการวิพากษ์และตรวจสอบอำนาจ ไม่ใช่เครื่องมือในการปิดกั้นเสียงของสังคม

สำหรับการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น เครือข่ายประชาชนฯ ยืนยันว่าจะดำเนินกิจกรรมโดยสันติวิธีและใช้การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อยืนยันสิทธิอันชอบธรรม โดยเน้นย้ำว่า “สันติวิธีไม่ใช่ความเงียบ” พร้อมส่งสัญญาณเตรียมใช้มาตรการ “อารยะขัดขืน” เพื่อต่อสู้กับระบบที่เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุน และเดินหน้าผลักดันข้อเรียกร้องหลัก คือการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากฐานราก การรักษาสิทธิเหนือทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างระบบรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าเพื่อคืนอำนาจในการกำหนดอนาคตให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

Ad 1
Ad 2