ชาวบ้านหมู่บ้านออมทอง บุกจเรตำรวจ ร้องสอบวินัย ตร.สภ.บางปู เหตุดองคดีพิพาทวัดดังบางปู ปมถูกขับไล่ที่
วันนี้ 24 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. กลุ่มตัวแทนผู้เสียหายโครงการ “บ้านออมทอง” ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด เดินทางเข้ายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้า ณ สำนักงานจเรตำรวจ อ้างถึงหนังสือร้องเรียนเดิม เลขรับที่ 1970 (ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569) เพื่อขอให้เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยแก่พนักงานสอบสวน สภ.บางปู และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง กรณีประวิงเวลาและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมี พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จตร.รรท.จตร.(หน.จต.) พล.ต.ต.เจนกมล คำนวล รอง จตร. และ พันตำรวจโท นัฏฐ์ โกมุทธพงศ์ เป็นผู้รับเรื่อง
นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมในระดับพื้นที่ถูกประวิงเวลาอย่างมีเงื่อนงำ ประชาชนผู้เดือดร้อนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กับกลุ่มคู่กรณี และทำหนังสือยื่นความประสงค์ขอให้ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่พนักงานสอบสวน สภ.บางปู กลับละเลยฝ่าฝืน และฝืนสรุปสำนวนทำความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” ส่งไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งต่อมา สำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีหนังสือส่งคืนสำนวนการสอบสวน (ที่ อส 0058(สป)/3680) โดยระบุไว้ในหนังสืออย่างชัดเจนว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางปู ไม่มีอำนาจพิจารณาสอบสวนและสั่งการในคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ พร้อมแจ้งให้ สภ.บางปู ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. โดยเร็ว
“หากพนักงานสอบสวนปฏิบัติตามกฎหมายโดยส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตั้งแต่แรก คดีทุจริตย่อมเข้าสู่กระบวนการไต่สวนส่วนกลางทันที แต่การประวิงเวลาและทำความเห็นสั่งไม่ฟ้องทั้งที่ไม่มีอำนาจของตำรวจพื้นที่ กลับกลายเป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ฝ่ายคู่กรณีนำเหตุแห่งสัญญาที่ไม่ชอบ มาใช้ฟ้องกลั่นแกล้งขับไล่ชาวบ้านและยึดบ้านเรือนประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม หากชาวบ้านไม่ออกมาติดตามที่ส่วนกลางด้วยตัวเอง เรื่องก็คงถูกยื้อและดองไว้จนชาวบ้านต้องสูญเสียบ้านเรือนไปทั้งหมด” นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนผู้เสียหายระบุ
นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า การเดินทางมาติดตามผลทางวินัยจากสำนักงานจเรตำรวจในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ต้องการความยุติธรรม เพราะผลการสอบสวนและผลการดำเนินการทางวินัยจากสำนักงานจเรตำรวจ จะถูกนำไปใช้เป็น “พฤติการณ์ความผิดและพยานหลักฐานสำคัญ” ยื่นประกอบสำนวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ส่วนกลาง), กองบังคับการปราบปราม (CIB), สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 และขยายผลอายัดทรัพย์สินขบวนการฟอกเงินอย่างถึงที่สุด
“เอกสารเลขรับ 1970 อยู่ในมือสำนักงานจเรตำรวจแล้ว วันนี้เรามาเพื่อติดตามและขอให้เร่งรัดตรวจสอบตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน และนำหลักฐานพฤติการณ์ความผิดที่เกิดขึ้น ไปขยายผลฟ้องคดีอาญาส่วนกลางต่อทันที ไม่มีคำว่าถอยแน่นอน!” นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าว
ด้านลุงชม อายุ 90 ปี ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านออมทอง เปิดเผยกับสื่อมวลชนด้วยว่า ตนรู้สึกตกใจที่โดนหมายศาลฟ้องขับไล่โดยมีคู่กรณีเป็นวัดดังย่านบางปู วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับทางจเรตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนเพราะตนเองก็อายุมากแล้ว ไม่มีหนทางที่จะไปหาที่อยู่ใหม่
นายณัฐพงศ์ มาลี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีหมู่บ้านออมทองจังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัดดัง ย่าน ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัด มาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัด ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง แต่ประชาชนรับทราบจากอัยการจังหวัดสมุทรปราการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีมูลความผิดการทุจริตต่อหน้าที่ตามหนังสือของ อัยการ ที่ อส 0058(สป)/3680










