บก.ป. รวบบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตุ๋นเหยื่อเปลี่ยนภาษาแอปแบงก์ ซ้ำรอยโผล่อีก 2 หมายจับอ่วม เสียหายรวมเกือบ 3 ล้านบาท
(กรุงเทพฯ) — กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมด้วยชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป.
รายละเอียดการจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. สามารถจับกุมตัว นางศันสจีฯ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแพร่ ที่ 253/2568 ลงวันที่ 25 ส.ค. 2568 โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณซอยรามอินทรา 115 แยก 3 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ในข้อหาฐานร่วมกันสนับสนุนฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พฤติการณ์ภัยมืดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS อ้างว่า “เกิดเหตุขัดข้องระหว่างจัดส่งพัสดุ” พร้อมแนบเว็บไซต์ปลอมที่มีข้อมูลชื่อและเบอร์โทรศัพท์ตรงกับความเป็นจริง ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ
ต่อมาคนร้ายได้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE อ้างเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุเสนอคืนเงินค่าเสียหายให้ 4,000 บาท ก่อนออกอุบายหลอกลวงให้ผู้เสียหาย เปลี่ยนภาษาในแอปพลิเคชันธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ และทำตามขั้นตอนที่คนร้ายกำหนดโดยอ้างว่าเป็นการกรอกรหัสยืนยัน ส่งผลให้เงินในบัญชีถูกโอนออกไป 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 219,096 บาท เข้าบัญชีของผู้ต้องหา ก่อนที่ผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ห้วยม้า จ.แพร่
พบประวัติโชกโชน-พฤติกรรมเยาะเย้ยเหยื่อ
จากการขยายผลตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับในลักษณะเดียวกันติดตัวอยู่อีก 2 หมายจับ ได้แก่:
หมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ความเสียหาย 88,000 บาท
หมายจับศาลจังหวัดยโสธร ความเสียหายประมาณ 2,400,000 บาท ซึ่งในคดีนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีความอุกฉกรรจ์และไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยหลังหลอกเหยื่อสำเร็จ ยังได้ขอเบอร์โทรศัพท์ลูกสาวของเหยื่อแล้วโทรไปเยาะเย้ยว่า “หลอกแม่จนหมดตัวแล้ว”
คำให้การและการดำเนินคดี
ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่า ไม่เคยรับจ้างเปิดบัญชีให้ผู้อื่น แต่ยอมรับว่าแฟนเก่าเป็นผู้ยืมบัญชีไปใช้ ซึ่งปัจจุบันแฟนเก่ารายดังกล่าวถูกจับกุมตัวไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยม้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




