วันพุธ, กันยายน 23, 2026
หน้าแรกทหารทร. แจงยิบจัดซื้อ ‘เรือฟริเกต’ โปร่งใส-ไร้ล็อกสเปก ยันยึดหลัก 5 ประการ ปกป้องผลประโยชน์ทะเลไทย

ทร. แจงยิบจัดซื้อ ‘เรือฟริเกต’ โปร่งใส-ไร้ล็อกสเปก ยันยึดหลัก 5 ประการ ปกป้องผลประโยชน์ทะเลไทย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ทร. แจงยิบจัดซื้อ ‘เรือฟริเกต’ โปร่งใส-ไร้ล็อกสเปก ยันยึดหลัก 5 ประการ ปกป้องผลประโยชน์ทะเลไทย

กองทัพเรือเปิดหอประชุมแถลงใหญ่ แจงจัดหาเรือฟริเกต ยันโปร่งใส ไร้แทรกแซง และไม่ล็อกสเปก ย้ำต้องทำตามกติกาหลังพบบางรายเอกสารไม่ครบ ยันจำเป็นต้องมีครบ 8 ลำ รองรับภัยคุกคามและคุ้มครองเศรษฐกิจทะเลมูลค่ากว่า 24 ล้านล้าน พร้อมชะลอเซ็นสัญญา รอผลอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมาย

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าการจัดหาเรือฟริเกต เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม หลังมีข้อมูลคลาดเคลื่อนเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์

พล.ร.อ. ไพโรจน์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือมุ่งมั่นสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากเป็นโครงการสำคัญที่ใช้เงินภาษีประชาชนมูลค่าสูง และเกี่ยวพันกับอธิปไตยทางทะเล ซึ่งไทยมีการขนส่งทางทะเลสูงถึง 90% การจัดหาเรือฟริเกตจึงไม่ใช่เพราะอยากได้เรือใหม่ แต่เป็นหัวใจหลักในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยกำหนดหลักการทำงาน 5 ประการ ได้แก่ ความถูกต้องตามกฎหมาย, ความโปร่งใสตรวจสอบได้, ความเป็นธรรมเท่าเทียม, ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน และผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและกองทัพเรือ

สำหรับข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปกหรือกีดกัน ผบ.ทร. ยืนยันว่า ทุกบริษัทได้รับเงื่อนไขเดียวกันตั้งแต่ต้น การที่บางบริษัทยื่นเอกสารสำคัญไม่ครบถ้วน เช่น เอกสารทางการเงิน หรือยื่นข้อเสนอไม่ตรงตาม TOR คณะกรรมการไม่สามารถอนุญาตให้แก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมหลังเปิดซองได้ เพราะจะเป็นการทำลายความยุติธรรมและผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าเป็นการรักษากติกา ไม่ใช่การกีดกัน

ด้าน พล.ร.ต. จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวถึงความจำเป็นว่า ไทยมีพื้นที่ทะเลกว่า 320,000 ตารางกิโลเมตร มีมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 17.9–24 ล้านล้านบาทต่อปี ตามยุทธศาสตร์ต้องมีเรือฟริเกตอย่างน้อย 8 ลำ แต่ปัจจุบันมีเพียง 4 ลำและใกล้ปลดประจำการ จึงต้องจัดหาชุดแรก 4 ลำ โดยเป็นเรือที่พร้อมรบ 3 มิติ (อากาศ ผิวน้ำ ใต้น้ำ) มีระบบสื่อสารเชื่อมโยงกับเหล่าทัพอื่น และใช้โครงสร้างแบบ Stealth

ขณะที่ พล.ร.อ. กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ระบุว่า จากผู้ยื่นข้อเสนอ 6 บริษัท มีการปรับลดวงเงินโครงการจากเดิม 17,000 ล้านบาท เหลือ 16,730 ล้านบาท (ลดลงราว 270 ล้านบาท) โดยผู้ชนะจะต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือก กองทัพเรือจึงชะลอการลงนามในสัญญาไว้ชั่วคราว เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และพร้อมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยเพื่อความโปร่งใสสูงสุดต่อไป

Ad 1
Ad 2