วันพุธ, กันยายน 16, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมปคบ.ทลายเครือข่าย "พอตเคหัวเสือ" ย่านรามคำแหง ค้นห้องสาววัย 21 ผงะพบเคตามีนซุกตู้เสื้อผ้าอีกกว่า 50 ซอง เตรียมส่งขายสายปาร์ตี้

ปคบ.ทลายเครือข่าย “พอตเคหัวเสือ” ย่านรามคำแหง ค้นห้องสาววัย 21 ผงะพบเคตามีนซุกตู้เสื้อผ้าอีกกว่า 50 ซอง เตรียมส่งขายสายปาร์ตี้

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ปคบ.ทลายเครือข่าย “พอตเคหัวเสือ” ย่านรามคำแหง ค้นห้องสาววัย 21 ผงะพบเคตามีนซุกตู้เสื้อผ้าอีกกว่า 50 ซอง เตรียมส่งขายสายปาร์ตี้

วันที่ 15 ก.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังชุดจับกุมซ้อนแผนทลายเครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดรูปแบบใหม่ บริเวณอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ภายในซอยรามคำแหง 60/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า บัญชีแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “aum” มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และ “พอตเคหัวเสือ” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าดัดแปลงผสมยาเสพติดประเภทเคตามีน จึงวางแผนส่งสายลับติดต่อขอซื้อพอตเคหัวเสือ จำนวน 3 หัว และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 5 ตัว ก่อนนัดหมายส่งมอบของกันที่บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว เมื่อถึงเวลานัด น.ส.นพมาศ หรือ อั้ม อายุ 21 ปี ได้มารับเงินล่อซื้อจากสายลับ ก่อนจะเดินไปรับถุงบรรจุสินค้าจาก นายชาตรี อายุ 33 ปี ที่ยืนรออยู่บริเวณใกล้เคียง ทันทีที่มีการแลกเปลี่ยนสินค้าและเงินสด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่จึงแสดงตัวเข้าชาร์จจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้พร้อมของกลางคาหนังคาเขา

จากการสอบสวน น.ส.นพมาศ รับสารภาพว่าสั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและพอตเคมาจากนายชาตรีเพื่อนำมาขายต่อ เอากำไรหัวละ 200 บาท ส่วนนายชาตรีอ้างว่าไปรับสินค้ามาจาก “นายโจ้” ไม่ทราบชื่อจริงอีกทอดหนึ่ง เพื่อนำมาบวกกำไรขายต่อให้ น.ส.นพมาศ
ทว่าเรื่องราวไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจค้นห้องพักของ น.ส.นพมาศ บนชั้น 3 ของแมนชั่นในซอยเดียวกัน จนต้องผงะเมื่อพบ “เคตามีน” ซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วห้อง ทั้งบนโต๊ะอาหาร ลิ้นชักตู้เสื้อผ้า และหลังตู้เสื้อผ้า รวมทั้งสิ้น 52 ซอง น้ำหนักสุทธิรวมกว่า 46.86 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพ เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิทัล และถุงพลาสติกซิปล็อกสำหรับแบ่งขายอีกกว่า 200 ซอง โดย น.ส.นพมาศ ยอมรับว่าซื้อเคตามีนล็อตใหญ่หนัก 50 กรัม มาจาก “นายเอ็ม” ในราคา 12,000 บาท เพื่อนำมาแบ่งบรรจุถุงละ 1 กรัม ขายถุงละ 300 บาท ให้กับกลุ่มเพื่อนที่มาร่วมงานปาร์ตี้ หวังโกยกำไร 15,000 บาท แต่กลับมาถูกตำรวจ ปคบ. ซ้อนแผนจับกุมเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.นพมาศ ในความผิดฐาน ร่วมกันขายสินค้าที่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยมีคำสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา), ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยจำหน่ายของที่ยังไม่ได้เสียภาษีศุลกากร และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ส่วนนายชาตรีถูกแจ้งข้อหาร่วมกันขายบุหรี่ไฟฟ้าและซ่อนเร้นของต้องห้ามลักลอบนำเข้า ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Ad 1
Ad 2