วันอาทิตย์, กันยายน 13, 2026
หน้าแรกทั่วไปกองปราบฯ ผนึกกำลังตำรวจทางหลวง ไล่สกัด “ต้อมท่าข้าม” นักบินยาเสพติดรายใหญ่ พบยาบ้า-ฉี่ม่วง แถมมีหมายจับคดีอาวุธปืน

กองปราบฯ ผนึกกำลังตำรวจทางหลวง ไล่สกัด “ต้อมท่าข้าม” นักบินยาเสพติดรายใหญ่ พบยาบ้า-ฉี่ม่วง แถมมีหมายจับคดีอาวุธปืน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

กองปราบฯ ผนึกกำลังตำรวจทางหลวง ไล่สกัด “ต้อมท่าข้าม” นักบินยาเสพติดรายใหญ่ พบยาบ้า-ฉี่ม่วง แถมมีหมายจับคดีอาวุธปืน

กองปราบฯ สนธิกำลังตำรวจทางหลวง ไล่สกัด “ต้อมท่าข้าม” ผู้ต้องหาคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หลังสืบทราบเตรียมเดินทางขึ้นพื้นที่ชายแดนเชียงรายรับยาเสพติดล็อตใหญ่ สุดท้ายงานล่ม ต้องขับรถกลับ ก่อนถูกตำรวจรวบกลางทาง พบยาบ้าในรถ 12 เม็ด ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด เจ้าตัวรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่มีหมายจับคดีอาวุธปืนติดตัวอีกคดี

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 05.30 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุม นายพิษณุ หรือ “ต้อม” อายุ 39 ปี ชาว อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาตามข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติด หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด และมีข้อมูลว่าเตรียมเดินทางขึ้นไปรับยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน จ.เชียงราย

การจับกุมมีขึ้นบริเวณ หน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเขาทราย ถนนทางหลวงหมายเลข 11 ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ และ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง และ พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป.

สำหรับชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.ถวิล สายอินต๊ะ รอง สว.กก.4 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.ท.ยศสถิต แสนยศ รอง สว.(ป) กก.4 บก.ป., ด.ต.จิรพันธ์ กันทะยอด, ด.ต.ทนงศักดิ์ ตุ้ยวงศ์ษา, จ.ส.ต.เบนชัย ชื่นใจ และ จ.ส.ต.จักรกฤษ พัฒนโชติ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป.

ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรมของนายพิษณุ หลังได้รับข้อมูลว่าเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และถูกระบุว่าเป็น “นักบิน” หรือผู้รับจ้างลำเลียงยาเสพติด รวมถึงมีพฤติการณ์เป็นเอเย่นต์ในพื้นที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า นายพิษณุมีการเรียกลูกน้องเตรียมเดินทางขึ้นไปรับยาเสพติดบริเวณแนวชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งช่วงเช้ามืดวันที่ 10 กันยายน เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เป้าหมาย หมายเลขทะเบียน กล 6303 พระนครศรีอยุธยา กำลังเดินทางกลับจากพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน จึงประสานตำรวจทางหลวงติดตามและเข้าสกัดตรวจสอบ

เมื่อรถมาถึงบริเวณหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงเขาทราย เจ้าหน้าที่แสดงตัวและขอตรวจค้น พบ ยาบ้า จำนวน 12 เม็ด อยู่ภายในรถ จึงควบคุมตัวนายพิษณุไว้ตรวจสอบเพิ่มเติม

จากนั้นเจ้าหน้าที่ขอตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด โดยส่งตรวจที่ โรงพยาบาลทับคล้อ จ.พิจิตร ผลตรวจพบสารเสพติดเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับคล้อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพิษณุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พร้อมให้ข้อมูลว่า เดิมตั้งใจเดินทางขึ้นไปรับยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ชายแดน จ.เชียงราย แต่ไม่สามารถนำยาเสพติดออกมาได้ เนื่องจากบริเวณชายแดนมีเจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลังอย่างเข้มงวด

ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ด่านตรวจห้วยไร่ ทำให้กลุ่มขบวนการเกิดความหวาดกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม จึงไม่สามารถนำยาเสพติดออกมาได้ตามแผน

เจ้าตัวอ้างว่าเฝ้ารออยู่ประมาณ 3-4 วัน แต่ยังไม่ได้รับยาเสพติด จึงตัดสินใจขับรถกลับ ระหว่างทางได้ซื้อยาบ้ามาเสพเพื่อคลายความเครียด ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามและสกัดจับกุมได้ในที่สุด

นอกจากคดีเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติพบว่า นายพิษณุ หรือ “ต้อมท่าข้าม” ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สภ.ดงขุย ได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอศาลออกหมายจับในคดีตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นอีกคดีที่มีหมายจับติดตัวอยู่ก่อนแล้ว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การติดตามจับกุมครั้งนี้ แม้ผู้ต้องหาจะไม่สามารถขนยาเสพติดล็อตใหญ่ตามเป้าหมายได้ แต่จากการเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถสกัดจับกุมได้ พร้อมของกลางยาบ้าและผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

เบื้องต้น นายพิษณุให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวน สภ.ทับคล้อ อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนเยาวชนและประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ให้ระมัดระวังการถูกชักชวนจากรุ่นพี่หรือบุคคลในกลุ่มให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด ซึ่งอาจใช้วิธีหลอกล่อหรืออ้างว่าจะพาไปเที่ยว ก่อนชักนำเข้าสู่การกระทำผิดและต้องรับโทษทางกฎหมาย

สำหรับการเผยแพร่ข่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยจากยาเสพติด อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด การนำเสนอข่าวจึงควรคำนึงถึงสิทธิของผู้ต้องหาตามกระบวนการยุติธรรม

Ad 1
Ad 2