วันพุธ, กันยายน 9, 2026
หน้าแรกอาชญากรรม“ดร.แก้ว” หรือ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ยื่น ปปง. สอบเลขาสถาบันแห่งหนึ่ง "ปมร่ำรวยผิดปกติพันกว่าล้าน"

“ดร.แก้ว” หรือ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ยื่น ปปง. สอบเลขาสถาบันแห่งหนึ่ง “ปมร่ำรวยผิดปกติพันกว่าล้าน”

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

“ดร.แก้ว” หรือ ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ ยื่น ปปง. สอบเลขาสถาบันแห่งหนึ่ง “ปมร่ำรวยผิดปกติพันกว่าล้าน”

 

ชี้เป็นเพื่อน ปปร. รุ่นเดียวกันตั้งแต่ปี 63 ลั่นถ้าบริสุทธิ์พร้อมแถลงข่าวกู้ชื่อให้ ถ้าผิดให้ว่าไปตามกฎหมาย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) – ดร.แก้ว ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าท่านหนึ่ง โดยมี นายพีรธร วิมลโลหการ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และรองโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เป็นผู้รับเรื่อง

 

ดร.แก้ว เปิดเผยต่อสื่อมวลชนขณะยื่นเอกสารและแผงไทม์ไลน์ว่า วันนี้ได้มายื่นเรื่องให้ ปปง.ตรวจสอบพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยได้นำเอกสารบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่ปี 2566 และล่าสุดปี 2568 มาประกอบ

“ผมเพิ่งทราบเหมือนกันว่าเพื่อนผมชี้แจงทรัพย์สินมามีพันกว่าล้าน จากอาชีพจากเส้นทางต่างๆ ผมก็อยากให้เพื่อนคนนี้โปร่งใส ถ้าเกิดเขาร่ำรวยถูกต้องโดยที่รองรับจากหน่วยงานราชการคือ ปปง. ผมก็ยินดีจะเผยแพร่เลยว่าเขาร่ำรวยมาถูกต้องไม่มีปัญหาอะไรเลย เพื่อให้ทุกคนเห็นว่า ถึงอายุน้อย แต่ก็มีเป็นพันล้านได้ ไม่ใช่ปัญหา”

ดร.แก้ว กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมายื่นครั้งนี้ เนื่องจากมีข้อขัดแย้งกันในกรณีที่มีการรับเงินบริจาคแล้วไม่นำเข้าสถาบัน และเมื่อตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า บุคคลดังกล่าวอายุเพียง 42 ปี แต่มีการแจ้งทรัพย์สินกว่าพันล้านบาท ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องมีผลประกอบการขาดทุนทั้งหมด จึงเกิดข้อสงสัยเรื่องที่มาของทรัพย์สินและการเสียภาษี

“คนมีพันล้านไม่รู้ต้องจ่ายภาษีให้ประเทศชาติกี่เท่าไหร่ ก็เอาแบบโปร่งใส ผมเชื่อว่าไม่รอดมือพี่หรอก คำว่าไม่รอดมือไม่ใช่กลั่นแกล้ง พี่ตรวจเห็นหมด”

สำหรับการตรวจสอบ ดร.แก้ว ร้องขอให้ ปปง.ตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด ตั้งแต่ปีปัจจุบันย้อนหลังไป รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่ได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ซึ่งตนได้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งกรณีคอนโดมิเนียม และกรณีบัญชีที่อาจมีการใช้ชื่อบุคคลอื่น มอบให้ ปปง.ไปแล้ว โดยไม่ได้เป็นการกล่าวหา แต่ขอให้ ปปง.เป็นผู้ตรวจสอบว่าเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องหรือไม่

 

ด้านนายพีรธร วิมลโลหการ กล่าวสั้นๆหลังรับเรื่องว่า ทาง ปปง.ได้รับเรื่องไว้แล้ว เดี๋ยวจะขอไปดูรายละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

 

เผยเป็นเพื่อนรัก ปปร.24 ตั้งแต่ปี 63

 

ดร.แก้ว ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า รู้จักกับบุคคลที่ถูกร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2563 จากการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน ของสถาบันแห่งหนึ่ง ถือเป็นเพื่อนที่สนิทพอสมควร มีการคบหาสมาคมและร่วมงานเลี้ยงกันมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

 

เมื่อถามว่าทำไมต้องตรวจสอบเพื่อนตัวเอง ดร.แก้ว กล่าวว่า

“มันมีคนบอกว่า เฮ้ย เขาร่ำรวยจากการทำงานหน้าที่อะไรหรือเปล่า ไม่ถูกต้องหรือเปล่า ผมก็เลยช่วยตรวจสอบเพื่อนผม เพื่อให้เพื่อนผมเนี่ย ถ้าเขามาแบบโปร่งใสถูกต้อง ก็เป็นการรองรับให้เขาได้ว่าเขามาแบบถูกต้อง ไม่ต้องกังวล”

เขาระบุด้วยว่า บุคคลดังกล่าวเป็นอดีต ส.ส. และยอมรับว่ามีข้อพิพาทกันในเรื่องการรับสินบนมาก่อน จึงต้องการให้หน่วยงานกลางอย่าง ปปง. และ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สังคมให้การยอมรับในการตรวจเส้นทางการเงิน เป็นผู้ให้คำตอบ

“ผมไม่มีหน่วยงานไหนที่จะยืนยันได้ว่าร่ำรวยปกติ มีอยู่สองหน่วยงานที่เรายอมรับกันคือ ป.ป.ช. กับ ปปง. หากถูกต้อง ผมจะแถลงข่าวให้เลย เชิญนักข่าวทุกสื่อมาดูว่าเพื่อนผมโปร่งใสตรวจสอบได้ แต่ถ้าไม่ถูกต้อง ก็ต้องไปตามกระบวนการยุติธรรม ผมยืนยันว่าไม่ปกป้องเพื่อน และไม่ส่งเสริมถ้าผิด”

ดร.แก้ว ทิ้งท้ายว่า หากผลตรวจสอบออกมาแล้วไม่พบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ 100% ตนพร้อมจะแถลงข่าวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ให้เพื่อนด้วยตัวเอง แต่หากพบความผิดปกติ ก็ให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการดำเนินการต่อไป คาดว่าภายใน 1-2 เดือนจะมีความชัดเจน

 

ทั้งนี้ ดร.แก้ว ระบุชื่อบุคคลที่ถูกร้องเรียนเพียงสั้นๆว่า “ท่าน อ.”

Ad 1
Ad 2