เปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบ๊ทขนอาวุธสงครามทางทะเลตราด ตำรวจน้ำบุกยึด AK-47 จำนวน 2 กระบอก พร้อมแมกกาซีน 102 อัน และกระสุนกว่า 24,000 นัด
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย กก.5 บก.รน. ร่วมกันจับกุม นายสมจิตรฯ อายุ 51 ปี สัญชาติไทย โดยกล่าวหาว่า
1.ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียน
ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
2.ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุ
อันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต
3.ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและ
เครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.ใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ ตาม พ.ร.บ.เดินเรือฯ มาตรา 9 (ฉ.6) พ.ศ.2535
5.ทำการในเรือในตำแหน่งที่กฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือกำหนดให้ต้องมีประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถโดยมิได้รับประกาศนียบัตร ตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา282 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่14)
พร้อมด้วยของกลางในคดี
1.อาวุธ ปืนอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก
2.เครื่องกระสุนปืนอาก้า (AK 47) (ขนาด 7.62 มม.) รวม 23,640 นัด
3.เครื่องกระสุนปืนกล (ขนาด 12.7 มม.) รวม 765 นัด
4.แมกกาซีนปืนอาก้า ( AK-47) จำนวน 102 อัน
5.ยานพาหนะ เรือยนต์สปีดโบ๊ท สีขาว – น้ำเงิน ไม่มีชื่อ ไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาด 3.37 ตันกรอสเครื่องยนต์ติดท้าย ยี่ห้อ Yamaha 225 แรงม้า จำนวน 1 ลำ พร้อมเทรลเลอร์ลากเรือ
6.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ VIVO Y19S ( เป็นของผู้ต้องหา) ตำแหน่งที่พบของกลาง พบของกลางซุกซ่อนอยู่ใต้ท้องเรือและห้องหัวเรือสปีดโบ๊ทไม่ทราบชื่อ และทะเบียนตามของกลางรายการที่ 5
สถานที่จับกุม บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ม.2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด
เปิดปฏิบัติการสกัดเรือสปีดโบ๊ทขนอาวุธสงครามใน จว.ตราด ปฏิบัติการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 นำไปสู่การตรวจยึดอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการใช้เรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณเกาะกูด ก่อนลำเลียงกลับเข้าฝั่งในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด แกะรอยจากเบาะแสสายลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมกันสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการนำเรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด จากนั้นจะลำเลียงสิ่งของดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ข้อมูลดังกล่าว ถูกรายงานต่อ กก.5 บก.รน. ซึ่งได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเฝ้าสังเกตการณ์ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือตามเบาะแสเรือสปีดโบ๊ทเป้าหมายออกจากท่า ชุดปฏิบัติการทางบกพบเรือสปีดโบ๊ท สีขาว-น้ำเงิน มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง วิ่งออกจากท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ มุ่งหน้าออกสู่ทะเลไปทางเกาะกูดเจ้าหน้าที่ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบ พบว่าบนเรือมีบุคคลอยู่จำนวน 2 คน
จากนั้นจึงมีคำสั่งให้ชุดปฏิบัติการทางบกและทางน้ำเตรียมเข้าติดตาม โดยนำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 ออกปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ชุดปฏิบัติการทางบกตรวจพบเรือสปีดโบ๊ทลำเดิมกำลังวิ่งกลับเข้าฝั่ง
จากการใช้กล้องส่องทางไกล เจ้าหน้าที่พบว่าบนเรือยังคงมีบุคคลอยู่ 2 คน เช่นเดียวกับช่วงที่เรือออกจากฝั่ง โดยเรือหันหัวมุ่งหน้ากลับมายังท่าเทียบเรือดิเรก จุดเดิมที่ออกเรือไปจังหวะเรือเทียบท่า เจ้าหน้าที่เข้าควบคุม เมื่อได้รับรายงาน พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการทางบกและชุดปฏิบัติการทางน้ำ พร้อมเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 เข้าตรวจสอบและตรวจค้นเรือเป้าหมาย เมื่อเรือสปีดโบ๊ทแล่นเข้ามาเทียบกับเรือประมงที่จอดอยู่บริเวณท่าเทียบเรือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทั้งทางบกและทางน้ำได้เข้าปฏิบัติการ แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และเข้าควบคุมเรือสปีดโบ๊ทลำดังกล่าว ภายในเรือพบชาย 1 ราย กำลังผูกเชือกเรือ มีท่าทางต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น ชายดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ นายสมจิตรฯ หรือโจ้ อวนข้อง อายุ 51 ปี เปิดห้องหัวเรือ พบกระสอบต้องสงสัย ระหว่างตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบ กระสอบจำนวนหลายกระสอบพันด้วยกระดาษกาว ซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องหัวเรือและในระวางท้องเรือเมื่อเปิดตรวจสอบ สิ่งที่พบประกอบด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก
ผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างรับจ้างขนของโดยไม่รู้ว่าเป็นอาวุธ จากการสอบถามเบื้องต้น นายสมจิตรฯ
ให้การว่า ตนเองและ นายศักรินทร์ฯ หรือตู่ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ท ได้รับว่าจ้างให้ออกเรือไปรับของทางทะเล แต่ในขณะรับงานนั้นไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวคืออะไร นายสมจิตรฯ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าของกลางทั้งหมดได้รับมาจาก ชาวกัมพูชา ซึ่งขับเรือนำสิ่งของมาส่งกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ก่อนที่ตนเองและผู้ร่วมเดินทางจะนำเรือกลับมายังฝั่งจุดหมายปลายทางคือ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เรือออกไปก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ นายศักรินทร์ฯ หรือตู่ ได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้นายสมจิตรฯ ทราบ โดยนายสมจิตรฯ รับทราบและเข้าใจข้อกล่าวหาเป็นอย่างดี ก่อนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายสมจิตรฯ พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมงอบ จ.ตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วน นายศักรินทร์ฯ หรือตู่ จันทร์อบ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป










