วันอังคาร, สิงหาคม 18, 2026
หน้าแรกอุบัติเหตุสลดเช้ามืด! รถตู้พา 13 แรงงานลาวไปต่อพาสปอร์ต ชนแบริเออร์พลิกคว่ำไฟคลอกดับ 1 เจ็บระนาว

สลดเช้ามืด! รถตู้พา 13 แรงงานลาวไปต่อพาสปอร์ต ชนแบริเออร์พลิกคว่ำไฟคลอกดับ 1 เจ็บระนาว

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

สลดเช้ามืด! รถตู้พา 13 แรงงานลาวไปต่อพาสปอร์ต ชนแบริเออร์พลิกคว่ำไฟคลอกดับ 1 เจ็บระนาว

ร้อยเอ็ด — เกิดอุบัติเหตุสลดรับอรุณ รถตู้โดยสารนำเที่ยวและพาแรงงานชาวลาว 13 ชีวิต มุ่งหน้าไปต่อหนังสือเดินทางที่จังหวัดนครพนม เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ริมทางพลิกคว่ำสนิท ก่อนไฟลุกท่วมรถวายวาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย และได้รับบาดเจ็บระนาว เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลโกลาหล

เมื่อเวลาประมาณ 05.10 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ร.ต.อ. (สอบสวน) สภ.โพนทอง (หรือพื้นที่รับผิดชอบ) ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถตู้โดยสารพลิกคว่ำและมีเพลิงลุกไหม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บนถนนบายพาสกุฉินารายณ์–มุกดาหาร บริเวณบ้านหนองแสงสว่าง ใกล้เสากล้องตรวจจับความเร็ว อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยเจ้าปู่บัวขาว และหน่วยกู้ภัยอโสก ร่องคำ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เผยนารีกวิกฤต ต้นทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้านครพนม

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถตู้โดยสารคันดังกล่าว หมายเลขทะเบียน 1 นช 5478 กรุงเทพมหานคร มีผู้โดยสารรวมคนขับมาในรถทั้งหมด 14 คน เป็นคนขับชาวไทยและผู้โดยสารชาวลาวจำนวน 13 คน โดยรถได้ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดนครพนม พาผู้โดยสารชาวลาวไปดำเนินการต่อหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)

เมื่อรถเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนบายพาสกุฉินารายณ์–มุกดาหาร รถเกิดเสียหลักอย่างกะทันหัน พุ่งชนเข้ากับแบริเออร์ริมทางอย่างรุนแรงจนรถพลิกคว่ำ จากนั้นได้เกิดประกายไฟและลุกไหม้ตัวรถอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ผู้โดยสารบางรายที่มีสติดิ้นรนทุบกระจกหรือหนีออกมาจากตัวรถได้ทันหวุดหวิด ขณะที่มีผู้โดยสารบางส่วนติดอยู่ภายในห้องโดยสารที่ไม่สามารถออกมาได้ทัน ส่งผลให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุอย่างสลด 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บเล็กน้อยรวมหลายราย

ระดมกำลังกู้ภัยส่ง รพ.เร่งด่วน

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเจ้าปู่บัวขาว และหน่วยกู้ภัยอโสก ร่องคำ ได้ระดมกำลังและรถอุปกรณ์ตัดถ่างเข้าฉีดน้ำระงับเพลิงที่กำลังโหมไหม้อย่างหนัก พร้อมทั้งเข้าช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดค้าง ทยอยลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาชีวิตอย่างเร่งด่วน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่องรอยในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งสอบปากคำผู้รอดชีวิตและคนขับ (หากอาการปลอดภัย) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียหลัก พร้อมประสานสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บชาวลาว และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

Ad 1
Ad 2