เด็กเส้นสะท้านรั้วสามเสน! ผู้ปกครองแฉยับ โรงเรียนชายล้วนชื่อดังอุ้มคดี “ลูก ส.จ.” พกปืนขู่-กระทืบรุ่นน้อง ด้านแม่เหยื่อซึ่งเป็นครูในโรงเรียนจำใจเงียบเพราะกลัวอิทธิพล
กรุงเทพฯ — กลายเป็นข่าวอื้อฉาวสะเทือนวงการศึกษาและสังคมไทยอย่างหนัก หลังกลุ่มผู้ปกครองของโรงเรียนชายล้วนชื่อดังย่านสามเสน ออกมาเปิดเผยข้อมูลสุดช็อกผ่านสื่อสังคมออนไลน์และยื่นเรื่องร้องเรียน กรณีโรงเรียนพยายาม “ปิดข่าว” เหตุการณ์นักเรียนกลุ่มหนึ่งรบราฆ่าฟันและบูลลี่กันรุนแรงในรั้วสถานศึกษา
ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นที่ทำให้สังคมเดือดดาลถึงขีดสุดคือ มีเด็กนักเรียนชายซึ่งเป็น “ลูกของ ส.จ. ผู้มีอิทธิพล” กล้าอาจหาญถึงขั้นพกอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน โดยที่ผู้บริหารและฝ่ายปกครองกลับปล่อยปละละลேก ไม่ดำเนินการขั้นเด็ดขาด
“ถ้าวันนี้ไม่มีข่าวเหตุกราดยิงที่โรงเรียนย่านนนทบุรี ก็คงไม่มีใครรู้ว่ามีเรื่องอุบาทว์แบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนที่ลูกตัวเองเรียนอยู่” — เสียงสะท้อนจากตัวแทนผู้ปกครอง
พ่อแม่รังแกฉัน: อ้าง “ปืนบีบีกัน” กลบเกลื่อนรอยตีน
จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้จบลงแค่การพกปืนขู่ แต่เด็กกลุ่มนี้ยังนำปืนไปใช้ “ตบและกระทืบรุ่นน้อง” ในโรงเรียนอย่างอุกอาจ ทว่าสิ่งที่ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงจริยธรรมและความปลอดภัยในสถานศึกษา คือพฤติกรรมของครอบครัวเด็กผู้ก่อเหตุ
ผู้ปกครองระบุว่า ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็น ส.จ. ชื่อดัง พยายามใช้เส้นสายและอิทธิพลตามเคลียร์ปัญหา กดดันผู้ปกครองเด็กคนอื่น ๆ รวมถึงพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อสังคมว่า อาวุธปืนที่ลูกชายพกไปนั้น “เป็นแค่ปืนบีบีกันเท่านั้น” กลายเป็นภาพสะท้อนของคำว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” ที่คอยตามเช็ดล้างความผิดให้ลูกโดยไม่สนความปลอดภัยของเด็กคนอื่น
แม่เหยื่อเป็น “ครู” แต่ไร้ทางสู้-ไร้ความยุติธรรม
ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น เหยื่อผู้ถูกทำร้ายร่างกายในครั้งนี้ มีรายงานว่ามารดาเป็นถึงครูที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้เอง แต่กลับตกอยู่ในภาวะจำยอมและ “ไม่กล้าแม้แต่จะไปแจ้งความดำเนินคดี”
เนื่องจากมีกระแสข่าวลือหนาหูในพื้นที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม โดยชาวบ้านและผู้ปกครองต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน ท้องที่รับผิดชอบ อาจจะเกรงกลัวอิทธิพลมืด จนไม่กล้าแตะต้องคดีของลูกนักการเมืองท้องถิ่นรายนี้เช่นกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลให้กับบรรดาผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ในโรงเรียนดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างโปร่งใส เพื่อคืนความปลอดภัยและทวงคืนความยุติธรรมให้กับเด็กนักเรียนผู้บริสุทธิ์ ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเหมือนโรงเรียนอื่น ๆ






