วันจันทร์, สิงหาคม 10, 2026
หน้าแรกการศึกษาช็อกรั้วโรงเรียนดังมหาสารคาม! แม่ร่ำไห้แฉลูก ม.3 ถูกแก๊งเพื่อนรุมบูลลี่-ทำร้ายอ่วม ครูสั่งห้ามฟ้อง สพฐ. กลัวโรงเรียนเสียชื่อเสียง

ช็อกรั้วโรงเรียนดังมหาสารคาม! แม่ร่ำไห้แฉลูก ม.3 ถูกแก๊งเพื่อนรุมบูลลี่-ทำร้ายอ่วม ครูสั่งห้ามฟ้อง สพฐ. กลัวโรงเรียนเสียชื่อเสียง

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ช็อกรั้วโรงเรียนดังมหาสารคาม! แม่ร่ำไห้แฉลูก ม.3 ถูกแก๊งเพื่อนรุมบูลลี่-ทำร้ายอ่วม ครูสั่งห้ามฟ้อง สพฐ. กลัวโรงเรียนเสียชื่อเสียง

มหาสารคาม — เกิดเหตุสะเทือนใจวงการศึกษาอีกครั้ง เมื่อคุณแม่ของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนทั้งน้ำตา หลังลูกชายสุดที่รักต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้าย ถูกกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นและรุ่นน้องรุมบูลลี่พร้อมทำร้ายร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่กลับไร้การเยียวยาจากทางโรงเรียน ซ้ำร้ายครูยังพยายามปิดข่าวเพื่อรักษาชื่อเสียงสถาบัน

พฤติกรรมความรุนแรงซ้ำซาก เหยื่อไร้ทางสู้-พยายามหลีกเลี่ยง

ผู้เป็นแม่เปิดเผยด้วยความคับแค้นใจว่า ลูกชายของตนเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ใช่คนเกเร และมักจะพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะมาโดยตลอด แต่กลับตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งและทำร้ายร่างกายจากกลุ่มเพื่อนและรุ่นน้องในโรงเรียนเดียวกันอย่างต่อเนื่อง

ความรุนแรงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งล่าสุด ลูกชายถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ มีอาการปากแตกและปวดกรามอย่างรุนแรง สร้างความสะเทือนใจให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากโรงเรียนควรจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กในการศึกษาหาความรู้ ไม่ใช่สถานที่ที่ต้องมาทนรับความหวาดกลัวและอันตราย

โรงเรียนเมินเฉย-ครูบุกบ้านขอร้อง “อย่าร้องเรียน สพฐ.” กลัวเสียชื่อเสียง

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คุณแม่ได้พยายามเข้าแจ้งเรื่องและขอความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนและครูที่รับผิดชอบ เพื่อให้ดำเนินการจัดการกับกลุ่มเด็กที่กระทำความผิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเพิกเฉยและความเย็นชา ไม่มีการใส่ใจหรือดำเนินการสอบสวนหาความจริงอย่างจริงจัง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณแม่แสดงความจำนงว่าจะนำเรื่องนี้เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขอความเป็นธรรม ปรากฏว่ากลุ่มคณะครูได้เดินทางมาที่บ้านพักเพื่อขอร้องและกดดันไม่ให้ครอบครัวนำเรื่องดังกล่าวออกไปข้างนอก ด้วยเหตุผลว่า เกรงจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียน โดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพจิตใจและความปลอดภัยของเด็กนักเรียนที่เป็นเหยื่อเลยแม้แต่น้อย

การกระทำดังกล่าวทำให้คุณแม่รู้สึกหมดหนทางและไม่ได้รับความปลอดภัยในกระบวนการยุติธรรมของสถานศึกษา จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการทวงคืนความเป็นธรรมให้กับลูกชาย

เสียงสะท้อนจากสังคม: “โรงเรียนต้องไม่ใช่แดนมิคสัญญี”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์และสังคมวงกว้าง โดยมองว่าการบูลลี่และการใช้ความรุนแรงในสถานศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ พัฒนาการ และชีวิตของเด็กอย่างมหันต์ เด็กหลายคนต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหวาดกลัว จนบางรายอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ไม่มีวันหวนกลับ

“สถานศึกษาควรจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเยาวชน ไม่ใช่สถานที่ที่ปล่อยให้เด็กต้องเผชิญความรุนแรงตามลำพัง และการปกปิดความผิดเพื่อรักษาชื่อเสียงขององค์กร ถือเป็นการซ้ำเติมเหยื่อและสนับสนุนความรุนแรงโดยปริยาย”

จี้ “กระทรวงศึกษาธิการ” ฟันดาบเด็ดขาด

จากกรณีดังกล่าว ประชาชนและสังคมต่างส่งเสียงเรียกร้องไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในโรงเรียนดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมแก่เด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

สังคมต่างคาดหวังว่าหน่วยงานรัฐจะมีมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปกปิดความรุนแรงอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำรอย และอย่าปล่อยให้ “ความรุนแรงในโรงเรียน” กลายเป็นเรื่องปกติที่สังคมต้องเพิกเฉยอีกต่อไป

ที่มา LINE ห้องข่าวพลเมืองดีจิตอาสา

Ad 1
Ad 2