วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 6, 2026
หน้าแรกการเมืองรมช.คมนาคม “สิริพงศ์” ลงพื้นที่ ขบ. เกาะติดคดีข้อมูลรั่วไหล เร่งอุดช่องโหว่ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพโทรแอบอ้าง ย้ำชัดข้อมูลนำไปทำธุรกรรมไม่ได้

รมช.คมนาคม “สิริพงศ์” ลงพื้นที่ ขบ. เกาะติดคดีข้อมูลรั่วไหล เร่งอุดช่องโหว่ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพโทรแอบอ้าง ย้ำชัดข้อมูลนำไปทำธุรกรรมไม่ได้

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

รมช.คมนาคม “สิริพงศ์” ลงพื้นที่ ขบ. เกาะติดคดีข้อมูลรั่วไหล เร่งอุดช่องโหว่ พร้อมเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพโทรแอบอ้าง ย้ำชัดข้อมูลนำไปทำธุรกรรมไม่ได้

วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 15.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ ณ อาคาร 9 (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ) กรมการขนส่งทางบก เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีข้อมูลยานพาหนะรั่วไหลบนสื่อออนไลน์ โดยมี นายชีพ น้อมเศียร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทีม ThaiCERT จากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ เข้าร่วมรายงานความคืบหน้า

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบร่องรอยและเบาะแสของการกระทำความผิดแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง โดยทีม ThaiCERT ได้เข้ามาประจำการ ณ กรมการขนส่งทางบก เพื่อร่วมกันรวบรวมข้อมูลและพิสูจน์หลักฐานทางเทคนิคด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) อย่างเป็นระบบ รวมถึงแกะรอยระบบ API และหน่วยงานที่มีการเชื่อมโยงข้อมูล

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการและเน้นย้ำในประเด็นสำคัญ โดยกำชับให้ตำรวจไซเบอร์ (สอท.) และ ThaiCERT ดำเนินการสืบสวนและหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางบกได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้ยกระดับการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้มีความถี่มากขึ้น รวมถึงให้เร่งจัดทำแผนป้องกันการเกิดเหตุในอนาคตเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีโดยด่วน

กรมการขนส่งทางบกชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกมีการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ มากถึง 63 หน่วยงาน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับการให้บริการภาครัฐแก่ประชาชน โดยขอยืนยันว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกมานั้นแม้จะเป็นข้อมูลจริง แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานที่ ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมอื่นได้แต่อย่างใด และขอเตือนว่าผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ จะมีความผิดตามกฎหมายและต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ กรมการขนส่งทางบก ขอแจ้งเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้ โดยมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลรถยนต์ เช่น หมายเลขทะเบียน ยี่ห้อ หรือชื่อผู้ครอบครอง มาแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกลวงให้โอนเงินหรือหลอกถามข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และยืนยันว่า “ไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์สอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้โอนเงินชำระค่าปรับและภาษี หรือส่งลิงก์ผ่านทางข้อความ SMS และแอปพลิเคชัน Line” ให้ทำธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านได้รับข้อความหรือสายเรียกเข้าที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ขอให้ท่านมีสติ ห้ามกดลิงก์ ห้ามดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก และห้ามทำธุรกรรมทางการเงินตามคำกล่าวอ้างโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ในการสืบสวนหาข้อสรุปและข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากมีเบาะแสหรือมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

Ad 1
Ad 2