วันอาทิตย์, กรกฎาคม 26, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีรวบแล้ว 1 ในแก๊งมือปืน! ตำรวจสมุทรสาครแกะรอย 20 วัน ทลายขบวนการบงการฆ่าหลานชายอดีตนายกเทศมนตรีอ้อมน้อย ปมแค้นต่างสถาบัน

รวบแล้ว 1 ในแก๊งมือปืน! ตำรวจสมุทรสาครแกะรอย 20 วัน ทลายขบวนการบงการฆ่าหลานชายอดีตนายกเทศมนตรีอ้อมน้อย ปมแค้นต่างสถาบัน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

รวบแล้ว 1 ในแก๊งมือปืน! ตำรวจสมุทรสาครแกะรอย 20 วัน ทลายขบวนการบงการฆ่าหลานชายอดีตนายกเทศมนตรีอ้อมน้อย ปมแค้นต่างสถาบัน

สมุทรสาคร – ตำรวจภูธรภาค 7 สนธิกำลังชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และ สภ.กระทุ่มแบน โชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง แกะรอยนานกว่า 20 วัน บุกรวบ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าอุกฉกรรจ์ ยิงหลานชายอดีตนายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อยเสียชีวิตคาหน้าร้านชำ เผยปมสังหารถูกฝังรากลึกจากค่านิยมต่างสถาบัน เร่งล่าตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 รายมาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.สส.ภ.7 และคณะเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีสำคัญ “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”

ย้อนรอยคดีสะเทือนขวัญ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. คนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปจอดบริเวณหน้าร้านขายของชำเลขที่ 148/2 หมู่ 13 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมี นายภาคภูมิ (หนุ่ย) ขวัญเมือง อายุ 34 ปี หลานชายอดีตนายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย เป็นเจ้าของร้าน

ขณะที่นายภาคภูมิกำลังนั่งดื่มสุราอยู่กับกลุ่มเพื่อน คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนลูกโม่กระหน่ำยิงใส่ 4 นัดซ้อนจนเสียชีวิตคาที่ ก่อนที่มือปืนทั้งสองจะเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล

แกะรอยขบวนการหนี จากมหาชัยสู่บางซ้าย

จากการสืบสวนเชิงลึกอย่างเข้มข้น เจ้าหน้าที่พบว่าคดีนี้มีการวางแผนและทำกันเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 4 คน แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยทำหน้าที่ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อมาสด้า (Mazda) สีน้ำตาล ไปรับมือปืนทั้งสองคนที่ลงมือก่อเหตุ พาไปรวมตัวกันที่ย่านตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ก่อนจะพาหลบหนีข้ามจังหวัดไปกบดานที่อำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรสาครออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 2 ราย ได้แก่:

นายอ้วน (นามสมมติ) (ถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร)

นายเขียว (นามสมมติ) (อยู่ระหว่างการหลบหนีและเร่งติดตามตัว)

ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีและพาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร”

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางสำคัญได้หลายรายการ ประกอบด้วย รถยนต์เก๋งมาสด้าสีน้ำตาลคันที่ใช้พาหลบหนี, อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 และเสื้อกันหนาวสีเหลืองดำตัวที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเหตุ โดยนำส่งพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

เบื้องหลังปมสถาบันและคำมั่นจาก ผบช.ภ.7

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า แม้คดีนี้จะมีความซับซ้อนเพราะคนร้ายมีการวางแผนอย่างรัดกุม แต่ด้วยการบูรณาการกำลังพลระดับหัวกะทิจากชุดสืบสวนภาค 7 ภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และ สภ.กระทุ่มแบน ทำให้สามารถคลี่คลายคดีและออกหมายจับได้แล้ว โดยเชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 รายมาดำเนินคดีได้ในเวลาอันใกล้

“ปมเหตุครั้งนี้มาจากเรื่องของสถาบัน แม้ผู้เสียชีวิตจะไม่ได้เรียนในภาคปกติ แต่คู่กรณีก็ยังไม่ละเว้น เนื่องจากการปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ ขอเตือนผู้ที่ยังหลบหนีว่าหากอยากมอบตัวตำรวจก็ยินดีรับ แต่ถ้ายังฝืน จะต้องถูกไล่ล่าจับกุมอย่างแน่นอน ส่วนคดีนี้จะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือไม่นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้บูรณาการข้อมูลเพื่อปราบปรามและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก” พล.ต.ท.พิสิฐ กล่าว

ทางด้านมารดาและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางมาร่วมฟังการแถลงข่าวด้วยความโศกเศร้า ได้กล่าวทั้งน้ำตาขอร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือมาดำเนินคดีให้ครบทุกคน เพื่อให้ได้รับโทษทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด และไม่ให้ลูกชายต้องตายฟรี

 

ขอบคุณข้อมูลภาพข่าว หนังสือพิมพ์ตรงประเด็น

Ad 1
Ad 2