ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา จำนวนมาก รวมตัวกันเข้ายื่นเรื่องอุทธรณ์และร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติรับสิทธิ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเหตุผลที่ระบบระบุคือ มีกรรมสิทธิ์ในยานพาหนะเกินเกณฑ์ที่กำหนด ส่งผลให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากต้องพลาดโอกาสได้รับสวัสดิการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครัวเรือนยากจน หลายคนระบุว่า ข้อมูลที่ปรากฏในระบบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รถที่มีชื่อครอบครองส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์เก่า สภาพชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ บางคันจอดทิ้งมานานหลายปี ขณะที่บางรายเป็นรถของบุตรหลานที่เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ออกจากทะเบียน
ชาวบ้านหลายรายเผยว่า มีเพียงรถจักรยานยนต์เก่าคันเดียวไว้ใช้เดินทางไปทำงาน รับจ้างทั่วไป หรือออกเก็บผักหารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่กลับมีรถเพิ่มอีกจำนวน 2 คัน จึงถูกตีความว่ามีทรัพย์สินเกินเกณฑ์ จนถูกตัดสิทธิ ทั้งที่รายได้แทบไม่พอประทังชีวิต
นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับผลกระทบบางส่วนระบุว่า ได้โอนรถออกจากชื่อครอบครองไปนานแล้ว แต่ข้อมูลในระบบยังคงแสดงชื่อเป็นเจ้าของรถ ทำให้ไม่ผ่านการพิจารณา ทั้งที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในยานพาหนะดังกล่าวแล้ว ถึงปัญหาความคลาดเคลื่อนของฐานข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนโดยตรงชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลบางรายที่มีฐานะดีกว่า มีทั้งที่ดินและรถยนต์หลายประเภท กลับผ่านการพิจารณาและได้รับสิทธิ ขณะที่ผู้ยากไร้ซึ่งแทบไม่มีทรัพย์สิน กลับถูกตัดสิทธิจากการมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เก่าหรือรถที่ใช้งานไม่ได้ จึงเกิดคำถามถึงความโปร่งใสและความแม่นยำของระบบคัดกรอง
ผู้ได้รับผลกระทบจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบฐานข้อมูล เปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์อย่างเป็นธรรม และพิจารณาจากข้อเท็จจริงของสภาพความเป็นอยู่ ไม่ใช่อาศัยเพียงข้อมูลทะเบียนเพียงอย่างเดียว เพื่อไม่ให้ผู้มีรายได้น้อยต้องสูญเสียสิทธิและได้รับความเดือดร้อนซ้ำเติมจากความคลาดเคลื่อนของระบบ
สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา




