นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย รุดตรวจจุดน้ำรั่วเข้าอุโมงค์สร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน
วันนี้ ( 11 ก.ค.69 ) ผู้สื่อข่าวของเรารายงานว่า จากเหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง เมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 และ วันที่ 11 ก.ค.69 ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และ อธิบายสรุปภาพรวมของเหตุการณ์ ดังนี้

- เหตุการณ์น้ำรั่วเข้าอุโมงค์เกิดขึ้นตรงจุดต่ำสุดของอุโมงค์ใกล้สถานีวงเวียนใหญ่ ที่ระดับความลึกจากพื้นดินประมาณ 30 ม. โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดศุนย์กลางอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ประมาณ 200 ม.
- ตรงตำแหน่งที่น้ำรั่วมีการสร้างบ่อรับน้ำ (sump pit) เพื่อรับน้ำในอุโมงค์ บ่อดังกล่าวเป็นโครงสร้างคอนกรีตไปเชื่อมใต้ท้องอุโมงค์ ตามแบบจะต้องมีการทำปรับปรุงดิน (ground improvement) เพื่อทำให้ดินคงตัวและไม่ไหลก่อน จึงจะเปิด segment เข้าไปขุดทำบ่อรับน้ำ
- คืนวันเกิดเหตุ มีฝนตก อาจทำให้ระดับน้ำใต้ดินสูง เพิ่มแรงดันน้ำและเป็นตัวเร่งให้น้ำพาดินเข้าอุโมงค์ด้วย ผลที่ตามมาคือ ผิวถนนทรุดลงไปประมาณ 28 ซม. (วันที่ 10 ก.ค.) และอาคารในบริเวณดังกล่าวหลังหนึ่งพบรอยแตกร้าวที่ผนังด้านนอก และมีการเอียงตัว
- สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย นำโดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมฯ เข้าไปดูพื้นที่เมื่อวานนี้ (10ก.ค.69)โดยเข้าไปตรวจภายในอาคารที่เอียงด้วย โดยพบว่าโครงสร้างหลักด้านใน (เสาและคาน) ยังไม่แตกร้าว มีพื้นที่แตกร้าว และการเอียง (Tilt) มีทิศทางโน้มมาทางด้านหน้าอาคาร
- เมื่อเกิดน้ำรั่วเข้าบ่อ มาตรการที่หน่วยงานใช้คือ เร่งหยุดการไหลของทรายเข้าอุโมงค์ โดยใช้ 1. การอัดฉีดสารเคมีด้วยแรงดัน (Chemical grout) เพื่อให้ดินข้างใต้คงตัวและไม่ไหล 2. ขุดหลุมลึก (deep well) เพื่อสูบน้ำออก (dewatering) และลดแรงดันน้ำ 3. ใช้การอัดน้ำปูนหรืออัดสารเคมี เพื่อสร้างผนังตัดน้ำ (Cut-off wall) กันน้ำไม่ให้เข้าไปที่บริเวณบ่อรับน้ำเพิ่มเติม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
- จากข้อมูลที่ติดตามเมื่อเช้านี้ (11ก.ค.69)พบว่า ปริมาณน้ำเข้าในอุโมงค์อยู่ที่ 30 ลบม./ชั่วโมง สามารถควบคุมระดับน้ำในอุโมงค์ได้ และจะมีการเพิ่มเครื่องอัดฉีดสารเคมีหรือน้ำปูนจาก 4 เป็น 5 เครื่อง และจะไปอัดฉีดน้ำปูนใกล้ๆ บริเวณตึกด้วย เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของดินบริเวณนั้นด้วย
- สถานการณ์ปัจจุบันยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และควรพิจารณา แผน 2 เพิ่มเติม เช่นการขังน้ำในอุโมงค์ (Tunnel flooding) เพื่อรักษาสมดุลน้ำและกันดินไหลเข้าอุโมงค์ โดยมาตรการเหล่านี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูง และอาจมีผลกระทบด้านอื่นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
- ประชาชนในบริเวณนั้น ควรติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมกรณี การยุบตัวของดินขยายวงกว้างขึ้น หรือหากตรวจพบรอยร้าวใหม่ในอาคารของตน ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโดยเร่งด่วน


/////////////////////////////////////



