รวบตึงคดีแม่ค้าต่างด้าว! อ้างชื่อนายจ้างหวังรอด สุดท้ายโดนส่งกลับ-ติดแบล็กลิสต์ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนผู้ประกอบการไทย
บางใหญ่, นนทบุรี – กลายเป็นกรณีศึกษาและอุทาหรณ์ครั้งสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ สนธิกำลังเข้ากวาดล้างแรงงานต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพสงวน หลังพบแม่ค้าชาวกัมพูชารายหนึ่งตั้งแผงขายแกงถุงกลางตลาด แต่เมื่อถูกตรวจสอบกลับพยายามอ้างชื่อ “นายจ้าง” หวังใช้เป็นเกราะคุ้มกัน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผิดที่ทำให้นายจ้างชาวไทยต้องงานเข้าและได้รับโทษตามกฎหมายไปด้วย
พลิกแฟ้มคดี: จาก “ข้ออ้าง” สู่ “หลักฐานมัดตัว”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในตลาดแห่งหนึ่งในอำเภอบางใหญ่ และพบหญิงชาวกัมพูชากำลังขายแกงถุงอย่างคล่องแคล่ว จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า “งานขายของหน้าร้าน” เป็นอาชีพที่สงวนไว้ให้คนไทยทำเท่านั้น ตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ
ในช่วงแรกของการตรวจสอบ หญิงรายดังกล่าวพยายามโต้ตอบด้วยความมั่นใจ โดยอ้างว่า “ตนมีนายจ้างดูแล” โดยหวังว่าชื่อของนายจ้างจะสามารถปัดเป่าความผิดให้พ้นตัวได้ แต่กลยุทธ์ดังกล่าวกลับส่งผลตรงกันข้าม เมื่อเจ้าหน้าที่ชี้แจงชัดเจนว่า หากเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่านายจ้างมีความผิดฐาน “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 9
บทสรุปของความไม่ถูกต้อง: ส่งกลับ-ขึ้นบัญชีดำ
เมื่อเผชิญกับข้อกฎหมายที่ชัดเจน หญิงรายดังกล่าวจึงไม่สามารถปฏิเสธความผิดได้อีกต่อไป ยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่าตนเองลักลอบเข้ามาและประกอบอาชีพโดยผิดกฎหมายจริง โดยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าการกระทำของตนไม่เพียงแต่ทำให้ตนเองเดือดร้อน แต่ยังลากนายจ้างให้ต้องรับโทษทางอาญาและโทษปรับตามกฎหมายไปด้วย
ผลสรุปของคดีนี้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569:
ดำเนินคดีตามกฎหมาย: หญิงชาวกัมพูชารายดังกล่าวถูกดำเนินคดีในข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและทำงานในอาชีพสงวน
ส่งกลับประเทศ: เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนผลักดันออกนอกราชอาณาจักรกลับสู่ประเทศกัมพูชา
ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist): ถูกบันทึกข้อมูลและขึ้นบัญชีห้ามเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกตามระเบียบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เสียงสะท้อนจากสังคม: “ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา”
เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยเพจ “เต้ย ไทยไม่ทน” ได้นำเสนอเรื่องราวดังกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้แก่สังคม ว่าการจ้างแรงงานต่างด้าวในอาชีพสงวน นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับฐานรากของคนไทยเอง
การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า หน่วยงานภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจและเอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในลักษณะดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์และอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยอย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก: เต้ย ไทยไม่ทน และ สภ.บางใหญ่



