วันเสาร์, กรกฎาคม 4, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมป.ป.ส. สกัดเฮโรอีนซุกกาแฟ–ชาไทย เตรียมส่งไต้หวัน ยึดของกลางกว่า 2.1 กิโลกรัม เร่งขยายผลถึงผู้บงการเครือข่ายข้ามชาติ

ป.ป.ส. สกัดเฮโรอีนซุกกาแฟ–ชาไทย เตรียมส่งไต้หวัน ยึดของกลางกว่า 2.1 กิโลกรัม เร่งขยายผลถึงผู้บงการเครือข่ายข้ามชาติ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ป.ป.ส. สกัดเฮโรอีนซุกกาแฟ–ชาไทย เตรียมส่งไต้หวัน ยึดของกลางกว่า 2.1 กิโลกรัม เร่งขยายผลถึงผู้บงการเครือข่ายข้ามชาติ

พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยผลการปฏิบัติการว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจสอบบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศไต้หวัน ภายหลังได้รับข้อมูลข่าวสารว่ามีความเชื่อมโยงกับการส่งพัสดุต้องสงสัยไปยังปลายทางดังกล่าว

ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบหญิงผู้ต้องสงสัยนำพัสดุมาติดต่อส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยมีลักษณะท่าทางพิรุธ จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และขอทำการตรวจสอบพัสดุ ผลการตรวจค้นพบกาแฟสำเร็จรูปและชาไทยที่มีลักษณะการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนในพื้นที่ซอยรางน้ำที่ ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ เมื่อเปิดตรวจสอบพบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟสำเร็จรูปขนาดใหญ่ จำนวน 3 ถุง และถุงชาไทย จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 2,100 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น
ผู้ต้องหาให้การว่า มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย และได้เดินทางจากจังหวัดเชียงรายมายังกรุงเทพมหานคร ก่อนนำพัสดุดังกล่าวมาส่งไปยังประเทศไต้หวัน โดยรับถุงกาแฟและชาไทยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวน 10,000 บาท เพื่อนำพัสดุมาส่ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามผู้ว่าจ้าง ผู้สั่งการ และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า “การตรวจยึดครั้งนี้มีรูปแบบการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในถุงกาแฟซึ่ง ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลเชิงลึก นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงพยายามใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกไปยังต่างประเทศ โดยอาศัยการอำพรางในสินค้าอุปโภคบริโภคและใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นช่องทางในการกระทำผิด แต่ด้วยการบูรณาการด้านการข่าว การสืบสวน และการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง”

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้นโยบาย “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” และสอดคล้องกับนโยบายของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง ควบคู่กับการเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการ เครือข่ายรายใหญ่ และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่า สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งระหว่างประเทศ ติดตามยึดทรัพย์สินของเครือข่ายค้ายาเสพติด และเร่งขยายผลจับกุมผู้สั่งการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ร่วมขบวนการทุกราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอเตือนประชาชนไม่รับฝากหรือรับจ้างส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่ได้ตรวจสอบสิ่งของภายในอย่างละเอียด เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายาเสพติดและต้องรับโทษตามกฎหมาย แม้อ้างว่าไม่รู้เห็นก็ตาม

Ad 1
Ad 2