วันเสาร์, กรกฎาคม 4, 2026
หน้าแรกภูมิภาคอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี นำทีมบุกตรวจโรงงานถลุงแร่พลวง

อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี นำทีมบุกตรวจโรงงานถลุงแร่พลวง

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี นำทีมบุกตรวจโรงงานถลุงแร่พลวง อ.ห้วยกระเจา หลังชาวบ้านร้องเรียนหวั่นกากเคมีรั่วไหล พบกากอุตสาหกรรมรวมกว่า 2,600 ตัน สั่งคุมเข้มตีตราขนไปทำลายที่ จ.สระบุรี ทันทีด้านผู้บริหารแจงยิบทำตามกฎหมาย ยันไร้สารก่อมะเร็ง 
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายอำเภอห้วยกระเจา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท กรีน เทค แอนติโมนี จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานประกอบกิจการถลุงแร่พลวง ในพื้นที่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี 
หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า โรงงานดังกล่าวมีการกักเก็บกากแร่ผสมสารเคมี ซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตไว้เป็นจำนวนมาก จนเกิดความกังวลว่าจะเกิดมลพิษรั่วไหลส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน จากการตรวจสอบภายในโรงงาน พบกากแร่ที่ผ่านกระบวนการถลุงแล้ว บรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบ็คหลายสิบถุง จัดเก็บอยู่ภายในอาคารระบบปิดอย่างมิดชิด 
นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่วันนี้สืบเนื่องจากข้อร้องเรียนเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อต้องการให้หน่วยงานท้องถิ่นและสื่อมวลชนได้เห็นข้อเท็จจริงร่วมกันว่า กากแร่ทั้งหมดถูกจัดเก็บอย่างปลอดภัยตามพระราชบัญญัติโรงงาน และพระราชบัญญัติอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ยืนยันว่าไม่มีการรั่วไหลออกไปภายนอกแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและจังหวัดกาญจนบุรีเน้นย้ำเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งกากแร่ไม่เป็นอันตรายประมาณ 2,000 ตัน และกากอุตสาหกรรมอันตรายประมาณ 600 ตัน ทั้งหมดรวมกว่า 2,600 ตันนี้ จะต้องถูกขนย้ายไปกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่จังหวัดสระบุรี 
ด้าน นางสุพรรณี นพสิทธิพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีน เทค แอนติโมนี จำกัด ชี้แจงว่า โรงงานเพิ่งเปิดดำเนินการได้ไม่ถึง 1 ปี โดยได้รับอนุญาตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ของกรมศุลกากร ทุกขั้นตอนตั้งแต่การนำเข้าวัตถุดิบ การผลิต จนถึงการจัดการของเสีย ต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานราชการอย่างเข้มงวด ส่วนประเด็นความล่าช้านั้น เนื่องจากต้องรอผลตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการของกรมศุลกากร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน อาจทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าบริษัทเพิกเฉย   บริษัทขอยืนยันว่ากากแร่ที่นี่ไม่มีสารก่อมะเร็ง แต่อาจเป็นเพราะประชาชนยังไม่เข้าใจในตัววัตถุอุตสาหกรรมจึงเกิดความกังวล ซึ่งขั้นตอนการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานนั้นละเอียดและใช้เวลานานเป็นปี บริษัทเข้ามาลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง และต้องการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเกื้อกูล พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเต็มที่ 
ภายหลังการตรวจสอบ ทางบริษัทได้ทำการปล่อยขบวนรถบรรทุกขนย้ายกากแร่เพื่อนำไปกำจัดยังจังหวัดสระบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรควบคุมการชั่งน้ำหนัก ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด พร้อมทำการรัดเข็มขัดและคลุมผ้าใบท้ายรถบรรทุกอย่างหนาแน่น เพื่อป้องกันการเปิดออกหรือรั่วไหลระหว่างการเดินทางอย่างเข้มงวด. 
กีรติ ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าว จ.กาญจนบุรี  

Ad 1
Ad 2