วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 2, 2026
หน้าแรกทั่วไปเปิดตำนานสะเทือนวงการ! จากเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดที่โดนหัวเราะเยาะ สู่เบื้องหลังค้อน-ตะปู และจิตวิญญาณนักสู้ของ "ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์" เจ้าของวลีเด็ด "มันทุกเม็ด" วันนี้ในวันที่ผู้สร้างออกเดินทางไกล

เปิดตำนานสะเทือนวงการ! จากเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดที่โดนหัวเราะเยาะ สู่เบื้องหลังค้อน-ตะปู และจิตวิญญาณนักสู้ของ “ชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์” เจ้าของวลีเด็ด “มันทุกเม็ด” วันนี้ในวันที่ผู้สร้างออกเดินทางไกล

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

กลายเป็นข่าวเศร้าและเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการธุรกิจขนมขบเคี้ยวเมืองไทย เมื่อ นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด และผู้ให้กำเนิดแบรนด์ถั่วลิสงเคลือบกะทิในตำนานอย่าง “โก๋แก่… มันทุกเม็ด” ได้จากไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงเรื่องราวการต่อสู้ระดับตำนานของชายผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา และสร้างไอคอน “เด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโด” ให้กลายเป็นมรดกความอร่อยที่อยู่คู่สังคมไทยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ


​เรื่องราวของ “โก๋แก่” ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยความบังเอิญหรือโชคช่วย แต่ถักทอจากหยาดเหงื่อ ความผิดหวัง การลุกขึ้นสู้ และจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของ นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ชายผู้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความซื่อสัตย์และศักดิ์ศรี” สำคัญกว่าผลกำไร
​หยาดเหงื่อ บุกเบิก และศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันยอมแพ้: “ถ้าทำร้ายลูกค้า…กูไม่ทำ”
​ย้อนกลับไปในราวปี พ.ศ. 2509 จุดเริ่มต้นของตำนานเกิดขึ้นบนถนนเอกชัย-บางบอน เมื่อ นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ได้สร้างโรงงานขนมขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ก่อนที่ท่านจะแต่งงานกับ คุณจิราภรณ์ ด้วยวิสัยทัศน์เฉียบคมและมองการณ์ไกลในวันนั้น ท่านสังเกตว่า “ขนมยี่ห้อไหนอร่อย มักจะขึ้นต้นด้วยคำว่าแม่” จึงได้ตั้งชื่อธุรกิจว่า “บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด” โดยมีสินค้าแรกที่แจ้งเกิดและขายดีเป็นเทน้ำเทท่าคือ “ข้าวเกรียบกุ้ง”
​แต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อตลาดเริ่มมีคู่แข่งหัวหมอหันไปใช้ “สีย้อมผ้า” ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมาทำเป็นข้าวเกรียบสีรุ้งเพื่อลดต้นทุนและดึงดูดสายตา ยอดขายของคู่แข่งพุ่งสูงจนกระทบกับโรงงานแม่รวยอย่างหนัก
​ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ด้วยศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์ที่คุณชูเกียรติมีต่อลูกค้า ท่านยอมหักไม่ยอมงอ ตัดใจเลิกขายสินค้าที่กำลังทำเงินในตอนนั้นทันที พร้อมทิ้งวลีเด็ดสะท้อนเนื้อแท้ในใจของท่านไว้ว่า:
​”ขายดีแต่ทำร้ายลูกค้าเหมือนฆ่าเค้าทางอ้อม กูไม่ทำ”
​ท่านยอมนับหนึ่งใหม่ ทุบหม้อข้าวตัวเองแล้วหันมาทำ “ถั่วแผ่น” ในยุคเริ่มต้นนั้น นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ รับหน้าที่ดูแลเรื่องการขายด้วยตัวเอง วิ่งรถไปส่งของและหาลูกค้าตามร้านค้าต่าง ๆ สิ่งที่ท่านพกติดรถไว้เสมอไม่ใช่แค่ขนม แต่คือ “ค้อนและตะปู” ที่พร้อมจะลงไปช่วยซ่อมแซมร้านค้าให้ลูกค้าด้วยใจที่เกื้อกูลและเป็นมิตรแท้
​วิกฤตสูตรขนม และการกำเนิด “มันทุกเม็ด” ในห้องครัว
​เส้นทางของนักสู้มักถูกลองใจด้วยขวากหนามเสมอ วันหนึ่งคนที่เคยทำสูตรขนมให้เกิดขอแยกตัวออกไป ทำให้คุณชูเกียรติถูกต้อนให้จนมุม แต่แทนที่จะถอย ท่านกลับลุกขึ้นมาคิดค้นสูตรขนมด้วยตัวเอง ขลุกอยู่ในห้องครัวลองผิดลองถูกอยู่เนิ่นนาน ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2519
​จนกระทั่งหยดกะทิแรกได้สัมผัสลงบนเม็ดถั่ว กลายเป็น “ถั่วลิสงกรอบเคลือบกะทิ” ที่รสชาติกลมกล่อมไม่มีใครเหมือน และในปลายปี พ.ศ. 2519 นั้นเอง ท่านได้ทำการย้ายฐานโรงงานเพื่อขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความปังที่กำลังจะมาถึง
​ด้วยความเป็นคนชอบคิดอะไรแหวกแนวและนอกกรอบ คุณชูเกียรติเจตนาตั้งชื่อแบรนด์ว่า “โก๋แก่” และเลือกใช้โลโก้เป็นภาพวาด “เด็กหนุ่มผมฟู สวมแว่นตาดำในชุดยูโด” ซึ่งในยุคนั้นกลับมีแต่คนหัวเราะเยาะ แม้แต่ร้านค้าก็ยังล้อเลียนว่า “ไอ้ขนมหัวฟูแบบนี้ ขายไม่ดีหรอก”
​และซ้ำร้าย สินค้าล็อตแรกที่ปล่อยออกสู่ตลาดก็ “ขายไม่ดี” จริง ๆ เนื่องจากตอนแรกใช้ซองทึบ ทำให้คนมองไม่เห็นตัวขนมด้านใน แทนที่จะยอมแพ้ คุณชูเกียรติพลิกเกมทันทีด้วยการเปลี่ยนมาใช้ “ซองใส” เพื่อโชว์ความน่ากินของถั่วเคลือบกะทิ พร้อมคิดค้นสโลแกนสั้น ๆ แต่ทรงพลังจนติดหูคนไทยทั้งประเทศ: “โก๋แก่… มันทุกเม็ด”
​ในที่สุด “โก๋แก่” ก็จุดระเบิดกลายเป็นบิ๊กฮิตชั่วข้ามคืน ภาพจำของเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดสะพายกีตาร์ร้องเพลงในโฆษณาทางโทรทัศน์ พลิกคำสบประมาทกลายเป็นขนมสามัญประจำบ้านที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัยนับแต่นั้นมา ไม่ว่าจะทานที่บ้าน ที่ทำงาน ดูบอล หรือแบ่งปันในวงเพื่อนฝูง โก๋แก่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนและมอบความสุขในทุกจังหวะชีวิต
​จากพื้นที่เล็ก ๆ สู่มรดกความอร่อยระดับโลก
​เมื่อสินค้ากลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ยอดสั่งซื้อถล่มทลายจนโรงงานเดิมที่บางบอนไม่สามารถรองรับได้อีกต่อไป นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ และครอบครัวจึงตัดสินใจครั้งใหญ่ ย้ายมาสร้างอาณาจักรแห่งใหม่บนถนนพระราม 2 บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ เปลี่ยนจากโรงงานที่มีพนักงานไม่กี่คน สู่โรงงานมาตรฐานสากลที่ส่งออกความภูมิใจของคนไทยไปไกลทั่วโลก สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ “หัวใจ” ของคุณชูเกียรติ ที่ยึดมั่นในคุณภาพและความซื่อสัตย์มาตลอดชีวิต
​วันนี้ ตำนานผู้ให้กำเนิดขนมขบเคี้ยวระดับประเทศได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ เหลือทิ้งไว้เพียงคุณงามความดี บทเรียนแห่งความซื่อสัตย์ และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ไม่ได้จากไปไหน แต่ท่านได้ฝาก “ลมหายใจ จิตวิญญาณนักสู้ และค้อน-ตะปูแห่งความใส่ใจ” เอาไว้ในเด็กหนุ่มแว่นดำชุดยูโดบนซองโก๋แก่ทุก ๆ ซอง ทุก ๆ เม็ดที่คนไทยเคี้ยวด้วยความสุข
​กำหนดการ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีฌาปนกิจ
​ร่วมไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณ นายชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร (ศาลา ๓) ๑๔๖๔ ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
​วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
​เวลา ๑๖.๐๐ น. พิธีรดน้ำศพ
​เวลา ๑๘.๐๐ น. พิธีสวดพระอภิธรรม
​วันพฤหัสบดีที่ ๒ – วันอังคารที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
​เวลา ๑๘.๓๐ น. พิธีสวดพระอภิธรรม
​วันพุธที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
​เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา
​เวลา ๑๐.๓๐ น. พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ และ ถวายภัตตาหารเพล
​เวลา ๑๒.๓๐ น. สวดมาติกา-บังสกุล
​เวลา ๑๓.๐๐ น. เชิญหีบศพเวียนเมรุ
​เวลา ๑๔.๐๐ น. ประชุมเพลิง
​(ทางเจ้าภาพกราบเรียน และเรียนเชิญท่านด้วยความเคารพ และกราบขออภัยที่ไม่ได้มาเรียนเชิญด้วยตนเอง)
ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน

Ad 1
Ad 2