วันพุธ, มิถุนายน 24, 2026
หน้าแรกภูมิภาคปรากฏการณ์ วัดแตก !! สายมู แห่กราบไหว้ขอพร “องค์ปู่พระพิฆเณศวร์” รถติดยาวกว่า 1 กิโลเมตร

ปรากฏการณ์ วัดแตก !! สายมู แห่กราบไหว้ขอพร “องค์ปู่พระพิฆเณศวร์” รถติดยาวกว่า 1 กิโลเมตร

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ปรากฏการณ์ วัดแตก !! สายมู แห่กราบไหว้ขอพร “องค์ปู่พระพิฆเณศวร์” รถติดยาวกว่า 1 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวของเราประจำจ.อุบลราชธานี ได้รายงานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “วัดแตก !! ” ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสายมูจากทั่วสารทิศพากันแห่ไปกราบไหว้ขอพรกับ“องค์ปู่พระพิฆเณศวร์” มหาเทพแห่งความสำเร็จ ที่ วัดบ้านบาก (วัดป่าพระพิฆเณศวร์) ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวของเรา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันนี้ ถนนทุกสายล้วนมุ่งหน้าสู่วัดบ้านบาก (วัดป่าพระพิฆเณศวร์) เพื่อขอพรกับองค์ปู่พระพิฆเณศวร์ที่ร่ำลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะสายมูทั้งหลายได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขออะไรก็สำเร็จ สมปรารถนา” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การงาน โชคลาภและอื่นๆอีกมาก จึงทำให้เกียรติศัพท์ขององค์ปู่พระพิฆเณศวร์แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันนักขัตฤกษ์ ประชาชนหลั่งไหลเข้ามาที่วัดบ้านบากจนแน่นวัดและทำให้รถติดยาวเหยียด เป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม จนถึงปัจจุบัน

วัดบ้านบาก (วัดป่าพระพิฆเณศวร์) กับตำนานลี้ลับที่รอวันพิสูจน์ ณ ดินแดนแห่งนี้มีตำนานและเรื่องเล่าอันลี้ลับที่ถ่ายทอดกันเป็นยุคสู่ยุค รุ่นสู่รุ่น ปากต่อปาก เดิมทีชาวบ้านเรียกสถานที่ตรงนี้ว่า “ดงพระคเณศ” บ้าง “ดงตาเณศหรือบ้านตาเณศ” บ้าง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคหินตั้งที่มีการค้นพบวัตถุโบราณหลายอย่าง เช่น โครงกระดูกคนแปดศอก, ใบเสมาหินทราย, โคอุสุภราชหินทราย หรือโคนนทิ พาหนะของพระอิศวร, ปลียอดปราสาทหินทราย, พระพิฆเณศวร์หินทราย เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า สถานที่แห่งนี้เคยเป็นเทวสถานพราหมณ์มาก่อน

วัดแห่งนี้เดิมเป็นป่ารกร้างอยู่ในดงพระคเณศ เคยมีประวัติการพบพระพิฆเณศวร์หินทรายโบราณ ศิลปะบาปวน เป็นสถานที่ซึ่งหลวงปู่เจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ(บุ่งสระพัง) ออกมาปักกลดเจริญภาวนา ชาวบ้านจึงเรียกป่าแห่งนี้ว่า “วัดป่าพระพิฆเณศวร์” หรือ ”วัดป่าพระคเณศ“ ปัจจุบัน พระพิฆเณศวร์หินทรายดังกล่าว ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์วัดสุปัฏนารามวรวิหาร ในเมืองอุบลราชธานี

ต่อมา พระศรีวิสุทธิมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ได้ดำเนินการยกวัดป่าพระพิฆเณศวร์แห่งนี้ ขึ้นเป็นวัดมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา เมื่อปี พ.ศ.2552 ตั้งชื่อว่า “วัดบ้านบาก” ตามชื่อดั้งเดิมของหมู่บ้าน ถึงกระนั้น ประชาชนชาวบ้านในท้องถิ่นก็ยังคงเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดป่าพระพิฆเณศวร์” ตามที่คุ้นเคยมาเก่าก่อน นอกจากนั้น วัดบ้านบาก(วัดป่าพระพิฆเณศวร์) ยังมีประวัติการพบโบราณวัตถุที่มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดังนี้

1) เป็นสถานที่พบพระพุทธรูปนาคปรกหินทรายโบราณ พระสังกัจจายหินทรายโบราณ  และพระพุทธรูปหินทรายโบราณปางต่าง ๆ ปัจจุบัน ประดิษฐาน ณ วัดปากน้ำ(บุ่งสระพัง) ตลอดจนพบกลุ่มใบเสมาหินทรายโบราณหลากหลายขนาด คาดว่าอยู่ในยุคพระพุทธศาสนาทวารวดี (ราว พ.ศ.1100-1700 ปี) นอกจากนั้น ยังได้ขุดพบโครงกระดูกคนโบราณ ซึ่งหลวงปู่เจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ ได้สร้างเจดีย์บรรจุไว้ เรียกว่า “เจดีย์ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หรือ เจดีย์คนแปดศอก”

2) เป็นสถานที่พบพระพิฆเณศวร์หินทรายโบราณ ศิลปะบาปวน , หินปลียอดปราสาท และโคนนทิหินทรายโบราณ (โคอุสุภราช) ตามความเชื่อของพราหมณ์ อยู่คาดว่า อยู่ในยุคอาณาจักรเจนละ (ราวพ.ศ.1100-1300 ปี)

3) เป็นสถานที่ขุดพบพระพุทธรูปเงิน ศิลปะเชียงแสน ล้านช้าง (หลวงพ่อเงิน)  ยุคพระวอ-พระตา ตั้งเมืองดอนมดแดง (ราว พ.ศ.2311) ถูกฝังอยู่ในกล่องหินทราย ภายในเต็มไปด้วยทรายเนื้อละเอียด ตลอดจนพบพระพระพุทธรูปในรูปแบบอื่น ๆ อีกจำนวนมาก

ความลี้ลับของป่าแห่งนี้เป็นที่ปรากฎในความทรงจำของชาวบุ่งสระพังเป็นอย่างดีและชาวบ้านยังให้ความยำเกรงมาจนถึงทุกวันนี้ และ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าที่บอกเล่าติดปากและเป็นภาพทรงจำของชาวบ้านมาจนถึงทุกวันนี้ มีหลายเหตุการณ์คือ

แต่ก่อนป่าแห่งนี้จะอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์นานาชนิด ฝูงลิงเป็นต้นอาศัยอยู่ มักจะมีชาวบ้านจากถิ่นอื่นพายเรือข้ามแม่น้ำมูลมาเพื่อล่าสัตว์ พยายามเอาหน้าไม้บ้าง ปืนบ้างยิง ยิงเท่าไรก็ไม่ถูกทั้งๆที่สัตว์เหล่านั้นยืนอยู่ต่อหน้าก็ยิงไม่ถูก ทำให้ผู้ที่มาล่าสัตว์เกิดบันดาลโทสะขึ้นมองไปเห็นพระพิฆเณศวร์องค์ใหญ่ยืนอยู่ในเทวาลัย ก็พากล่าวหาว่าเป็นเพราะ”พระมีงวง” พากันทุบทำลายเสีย พอหายโกรธก็พากันพายเรือข้ามแม่น้ำมูลกลับบ้าน พอเรือถึงกลางแม่น้ำมูล เรือก็ประสบอุบัติคว่ำกลางน้ำมูล ผู้ที่ในเรือเสียชีวิตทั้งหมด ถึงจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ไม่ทำให้คนเข็ดหลาบก็ยังพากันมาล่าสัตว์อยู่เป็นประจำและประสบเหตุอันไม่คาดฝันอยู่เรื่อย พอเกิดเหตุขึ้นก็มักจะพากันกล่าวโทษว่าเป็นเพราะ “พระมีงวง” ก็พากันทุบทำลายเสีย และในที่สุดพากันกลิ้งทิ้งลงน้ำสูญหายไป  บางคนเล่าว่า ก่อนจะเข้าป่าแห่งนี้ก็ต้องกล่าวคำขอจากปู่เจ้าที่เสียก่อนว่า วันนี้ลูกหลานขอนกสักสองตัวไปเลี้ยงครอบครัว ยิงปืนนัดเดียวก็ได้นกสองตัว พอยิงนัดที่สองปืนก็แตกทำให้ได้รับบาดเจ็บไป นี้คือผลของการไม่มีสัจจะ

ในยุคสมัย มันสำปะหลัง/ปอเป็นราคาชาวบ้านต้องการที่เพื่อทำการปลูกมันสำปะหลังหรือปอ พากันเข้ามาจับจองพื้นที่แล้วถางเอาเป็นกรรมสิทธิ์ หลายคนประสบเหตุที่คาดไม่ถึง เช่น กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับครอบครัวเลือดออกทางปาก ทางจมูกล้มหงายหลังตายไป บางคนถูกต้นไม้ขนาด 3 คนโอบล้มทับตายทั้งๆที่ไม่มีพายุ ลักษณะของต้นไม้ที่ล้มนั้นเหมือนกับว่า ถูกถอนขึ้นแล้วพาดลงใส่คน และมีเหตุการณ์อื่นอีกมากที่เป็นภาพทรงจำของชาวบ้าน ในที่สุดหลวงพ่อพระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) ท่านสงสารชาวบ้านจึงได้ทำพิธีขอแผ่ที่กับอารักษ์ที่รักษาผืนป่าแห่งนี้ กันเป็นวัดส่วนที่เหลือขอให้ลูกหลานชาวบ้านได้เข้าใช้ประโยชน์เพื่อเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัว จึงทำให้ชาวบ้านสามารถเข้าทำประโยชน์ แต่ก็มีบางที่ที่ไม่สามารถแตะต้องได้เลย

ครั้งสงครามเวียดนาม ทหารฝรั่งมาตั้งฐานทัพที่อุบล หลวงพ่อเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) ได้เล่าให้ลูกศิษย์ฟังในรัศมี 16 กิโลเมตร เขาจะตรวจการเป็นประจำทั้งภาคพื้น อากาศและเรดาห์ ท่านว่าไม่รู้อะไรไปปรากฎที่เรดาห์ของเขาๆจึงได้ส่งเครื่องบินลาดตระเวนมาดู พอถึงจุดเรดาห์เครื่องบินเกิดขัดข้อง เขาพยายามประคับประคองเครื่องบินกลับฐานแต่ก็ไปไม่ถึงเครื่องบินก็ตกเสียก่อน พอถึงช่วงมืดจึงได้ส่งเครื่องบินมาอีก ถึงจุดเดิมได้เกิดลำแสงพุ่งขึ้นใส่เครื่องบินกองทัพฝรั่งจากบริเวณวัดป่าพระพิฆเณศวร์ ทำให้กองทัพต้องยกกำลังเข้าปิดล้อมผืนป่าแห่งนั้น ผืนป่าถูกปิดล้อม หมู่บ้านถูกเข้า ตรวจค้น แต่ก็ไร้วี่แววของสิ่งผิดปกติใด ๆ ทำให้ทหารฝรั่งเกิดความแปลกประหลาดใจ

ต่อมา ทหารฝรั่งได้รับฟังเรื่องราวจากหลวงพ่อเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ ถึงความน่าอัศจรรย์ของผืนป่าแห่งนี้ว่า มักจะมีลำแสงพุ่งขึ้นในวันพระ ๑๕ ค่ำ แม้ทหารสหรัฐอเมริกา ก็ประจักษ์เหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง จนเกิดศรัทธานำไปสู่การสร้างโบสถ์มิตรภาพไทย-อเมริกันขึ้น ณ วัดปากน้ำ (บุ่งสระพัง) แต่อุโบสถยังไม่แล้วเสร็จ ทหารหน่วยดังกล่าว ก็ได้รับคำสั่งให้ถอนตัวออกจากฐานบินอุบลราชธานี อุโบสถจึงถูกปล่อยทิ้งค้างไว้นานหลายปี

คืนหนึ่ง หลวงพ่อเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ นิมิตถึงตาชีปะขาว มาอาราธนาให้สร้างอุโบสถ ต่อให้เสร็จ  ท่านแย้งว่า ไม่มีเงินที่จะสร้างได้  ตาชีปะขาวจึงบอกให้ไปอัญเชิญของสำคัญมีค่า  ที่วัดป่าพระพิฆเณศวร์ นั่นก็คือ พระพุทธรูปประจำกองทัพเจ้าเมืองเก่า ถูกฝังอยู่ใต้ดิน อัญเชิญ ขึ้นมารักษาไว้ให้ดี เพื่อเป็นสมบัติพระศาสนา ให้ลูกหลานได้เคารพ สักการบูชาสืบไป ท่านจึงนำชาวบ้าน ไปขุดตามนิมิตบอกก็พบศิลา ๔ เหลี่ยม ถูกจัดไว้ในลักษณะหีบ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัย เนื้อเงินบริสุทธิ์ ท่านเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ จึงได้อัญเชิญหลวงพ่อเงินมาประดิษฐานไว้ ที่วัดปากน้ำ ตราบจนถึงปัจจุบัน

เกียรติศัพท์ของป่าแห่งนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง มีคนหลากหลายเข้ามาพิสูจน์ทั้งแสวงหาโชคลาภ ทั้งอยากลองดี ครั้งหนึ่งมีพระไม่ทราบว่ามาจากไหน มาปักกลดลองดี ชาวบ้านได้มาแจ้งหลวงพ่อเจ้าคุณพระมงคลธรรมวัฒน์ (บุญจันทร์ จตฺตสลฺโล) ให้ทราบว่ามีพระมาปักกลด หลวงพ่อท่านเป็นห่วงจึงได้สั่งให้พ่อใหญ่เลิศ ประสานพิมพ์ (ปัจจุบันอายุเกือบ 100 ปีแล้ว) กับอีกคนว่าให้ลงไปดูหน่อยเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยทัน เหมือนกับหลวงพ่อท่านทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า พ่อใหญ่เลิศเล่าให้ฟังว่า พระที่มานั้นสำคัญตนว่ามีคาถาอาคมจึงได้ท้าทายสถานที่ว่า เก่งนักมิใช่หรือ ถ้าเก่งจริง นี้ธูปจุดเองเลย ว่าแล้วก็โยนธูปไปทั่วทุกทิศ ประมาณ 3 ทุ่มกว่าได้ยินเสียงอู้อี้ออกมาจากกลด จึงพากันวิ่งไปดูเห็นสถาพพระรูปนั้นดูไม่ได้เลย หัวใหญ่เท่ากับโอ่งมังกร พ่อใหญ่จึงได้ทำพิธีให้ พระรูปนั้นจึงหายเป็นปกติแล้วหอบกลดออกจากป่านั้นไปทันที ถ้าไม่มีพวกผมอยู่ พระรูปนั้นคงตายแล้ว พ่อใหญ่เลิศกล่าว

เหตุการณ์อันลี้ลับนี้ยังมีปรากฏให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้เวลาจะผันแปรเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม ดินแดนแห่งนี้ยังมีความเฮี้ยน ความขลังอยู่ ใครมาดี เทพยดาเจ้าที่ เจ้าปู่ผู้เป็นอารักษ์ท่านอำนวยพรให้ ใครมาร้าย ก็จะได้ผลร้ายตอบ

ปัจจุบัน วัดบ้านบาก(วัดป่าพระพิฆเณศวร์) มีพุทธศาสนิกชน ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรม เข้ามาเป็นจำนวนมาก บริเวณโดยรอบวัดส่วนใหญ่ยังเป็นป่า ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ ประชาชนที่เข้ามาวัดแห่งนี้มีทั้งมาปฏิบัติธรรม ทั้งแสวงหาโชคลาภ ผู้ที่เข้ามาขอพร แสวงหาโชคลาภ การงาน การเงิน ความสำเร็จต่างๆ ส่วนมากประสบผลสำเร็จตามที่ตนมุ่งหวัง จึงได้บอกต่อๆกันไป โดยเฉพาะสื่อโชเชียลทำให้การรับข้อมูลข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็วทั่งถึง จึงเกิดปรากฏการณ์รถติดเป็นกิโลๆ คนแน่นวัดทุกวัน ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม มาจนถึงปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมในตอนท้ายอีกว่า ได้สอบถามนายวิทยา และ นายธงชัย (สงวนนามสกุล) สายมูจาก อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ที่เดินทางมากราบไหว้ “องค์ปู่พระพิฆเณศวร์” มหาเทพแห่งความสำเร็จ ที่ วัดบ้านบาก (วัดป่าพระพิฆเณศวร์) ตำบลกุดลาด อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยนายวิทยาและนายธงชัย ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกตนได้มาแก้บน เนื่องจากเคยมากราบไหว้ขอพรจากองค์ปู่พระพิฆเณศวร์ แล้วทำให้ชีวิตดีขึ้น การทำธุรกิจเจริญรุ่งเรืองขึ้น อีกทั้งยังโชคดีจากการเสี่ยงโชคจากการซื้อหวย(ลอตเตอรี่)อีกด้วย เรียกว่าทุกอย่างดีขึ้น จึงได้มาแก้บนกับองค์ปู่ฯ

นอกจากนี้สายมูที่มาจากทั่วสารทิศอีกหลายคน ทั้งที่มากราบไหว้ขอพรขอโชคลาภ และ ที่มาแก้บน ต่างกล่าวว่า มาเพราะแรงศรัทธาขององค์ปู่ฯ เคยมาขอให้องค์ปู่ช่วยเหลือในบางเรื่อง แล้วประสบผลสำเร็จ จึงกลับมากราบไหว้และแก้บน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีแต่ความโชคดี เงินทองไหลมาเทมา ทำอะไรก็ขอให้สำเร็จราบรื่น ขอให้ ปังๆ เฮงๆ ยิ่งๆ ขึ้น ขอความสุขสวัสดีชัยยะมงคล สมบูรณ์พูนผล เงินทองโชคลาภไหลมาเทมาจงบังเกิดกับทุกคน เทอญ

//////////////////////////////////////   กิตติภณ / ข่าว.

Ad 1
Ad 2