ชุมพรวิกฤต! แพลงก์ตอนบลูมต่อเนื่อง ซัดหอยสองฝาเกลื่อนหาดละแม นักวิชาการเตือนระบบนิเวศได้รับผลกระทบหนัก
ชุมพร – สถานการณ์แพลงก์ตอนบลูมในจังหวัดชุมพรยังคงน่ากังวล หลังพบหอยสองฝาจำนวนมากถูกคลื่นซัดเกยหาดในอำเภอละแม พร้อมการแพร่ระบาดของแมงกะพรุน สอดคล้องกับปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่
จากรายงานสถานการณ์ล่าสุด บริเวณชายหาดอำเภอละแม จังหวัดชุมพร พบปรากฏการณ์หอยสองฝาจำนวนมหาศาลถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยบนชายหาด สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการตรวจพบแมงกะพรุนจำนวนมากกระจายตัวอยู่ในทะเล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี (น้ำแดง) และพบซากปลาตายเป็นจำนวนมากในพื้นที่ใกล้เคียง
ด้านนักวิชาการด้านทางทะเลวิเคราะห์ถึงสาเหตุเบื้องต้นว่า ปรากฏการณ์นี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับภาวะ “แพลงก์ตอนบลูม” (Plankton Bloom) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยปัจจัยหลักมาจากการที่น้ำจืดและมวลสารธาตุอาหารจำนวนมากไหลหลากลงสู่ทะเล ส่งผลให้แพลงก์ตอนเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและใช้ปริมาณออกซิเจนในน้ำจนเหลือน้อยลงอย่างฉับพลัน ทำให้สัตว์น้ำหลายชนิดไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
นอกจากนี้ การไหลบ่าของน้ำจืดในปริมาณมากยังส่งผลกระทบต่อระดับความเค็มของน้ำทะเลที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสภาวะที่สัตว์ทะเลประเภทหอยสองฝาไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ทำให้เกิดการน็อกน้ำและตายเป็นจำนวนมากตามที่ปรากฏ
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นและสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลแบบอัตโนมัติ (Real-time Water Quality Monitoring) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และวิเคราะห์ข้อมูลความผิดปกติของระบบนิเวศทางทะเลได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประกอบอาชีพของชาวประมงในระยะยาว

ที่มาของข้อมูลและภาพประกอบ: เพื่อนธรณ์ / พื้นที่ อ.ละแม จ.ชุมพร



