กรมการปกครอง Kick Off จัดทำบัตรประจำตัวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน เน้นย้ำเป็นมาตรการความมั่นคง ไม่ใช่การให้สัญชาติไทย
ราชบุรี – 17 มิถุนายน 2569 – กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการเชิงรุกด้านความมั่นคงและมนุษยธรรม จัดกิจกรรม Kick Off การจัดทำบัตรประจำตัวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา เพื่อจัดระเบียบและพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างเป็นระบบ ชูธง “บริหารจัดการเพื่อความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน”
ยกระดับการบริหารจัดการประชากรตามแนวชายแดน
เมื่อเวลา 10.00 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม Kick Off การจัดทำบัตรประจำตัวของคนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ โดยมีนางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง นายอำเภอทุกแห่งในจังหวัดราชบุรี และ แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNHCR) เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน
อธิบดีกรมการปกครองเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ประเทศไทยได้ให้ที่พักพิงแก่ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาตามหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด เพื่อให้การบริหารจัดการในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและทันสมัย กรมการปกครองจึงได้ออก “ระเบียบว่าด้วยการจัดทำทะเบียนและบัตรประจำตัวของคนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมฯ พ.ศ. 2569” เพื่อนำไปสู่การบันทึกข้อมูลทะเบียนราษฎรและการพิสูจน์ตัวบุคคลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นปัจจุบันที่สุด
กุญแจสำคัญสู่การเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทางด้าน แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทน UNHCR ประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของบัตรประจำตัวฉบับนี้ว่า เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยฯ สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งด้านสาธารณสุข การเงิน การประกอบอาชีพ และการสื่อสาร ซึ่งเป็นการส่งเสริมความเป็นอิสระในการดำเนินชีวิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถวางแผนอนาคตของตนเองได้อย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น โดย UNHCR ได้ร่วมสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำโครงการนี้อย่างเต็มกำลัง
ย้ำชัด: นี่คือ “มาตรการความมั่นคง” ไม่ใช่การให้สัญชาติ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวย้ำถึงหลักการสำคัญของบัตรประจำตัวดังกล่าว ดังนี้:
วัตถุประสงค์หลัก: เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่แม่นยำ ทราบถึงตัวบุคคล สถานที่พำนัก และเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่หรือทำงานในพื้นที่ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุม กำกับ ดูแล และบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
สร้างความมั่นคง: ช่วยลดปัญหาการแทรกซึมและเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน
จุดยืนเรื่องสัญชาติ: “ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า บัตรประจำตัวดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการด้านทะเบียนและการบริหารจัดการประชากรของรัฐ ไม่ใช่การให้สัญชาติไทย และไม่ก่อให้เกิดสิทธิใดๆ ในฐานะบุคคลสัญชาติไทยตามกฎหมาย”
ลงพื้นที่จริง ตรวจความพร้อมที่บ้านถ้ำหิน
ภายหลังพิธีเปิด อธิบดีกรมการปกครองและคณะได้เดินทางลงพื้นที่ พื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผกร.) บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการจัดทำบัตรประจำตัวแก่ผู้หนีภัยฯ รวมถึงได้เข้าเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของประชาชนภายในพื้นที่พักพิง ทั้งส่วนของบ้านเรือนและโรงเรียน เพื่อดูความพร้อมในการรองรับระบบทะเบียนใหม่ที่กำลังดำเนินการ
โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างภาครัฐไทยและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาประชากรต่างด้าวในพื้นที่พักพิงให้มีความยั่งยืน โดยยึดมั่นในกรอบของความมั่นคงของชาติควบคู่ไปกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเคร่งครัด




